หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557

S.Au.Fic KHR [8059] ปักษามุกดา:03



Project : Happy Birthday Kazahaya san
S.Au.Fic KHR [8059]
Romantic Comedy
PG
คำเตือน : เนื้อหาในเอนทรีนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หากท่านใดไม่ต้องการรับรู้หรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าต่างนี้ไป


ปักษามุกดา


ตอนที่ 3



เช้าวันรุ่งขึ้น คฤหาสน์ตระกูลโกคุเดระ


“เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้ล่ะกง...เห็นมั้ย หนูบอกแล้วว่าตื่นมาหนูจะเล่าให้ฟัง กงก็ซักหนูอยู่ได้เมื่อคืนอ่ะ สรุปปักษามุกดาเล่มงามของเราก็ไม่ได้อยู่ที่ยามาโมโตะ หรือตระกูลไฮโซหน้าไหนทั้งนั้น ไปอยู่กับโจรสามหาวไร้หัวนอนปลายเท้าที่ไหนก็ไม่รู้”


ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่รีบเอาออกซิเจนเข้าปอดโดยด่วน รู้สึกว่าเหงือกตัวเองแห้งเป็นพิเศษเพราะเสียน้ำลายหลายลิตรไปกับการเล่าเหตุการณ์สุดเร้าใจเมื่อคืนให้อากงตัวเองฟัง ดูท่าว่าอากงแกจะไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เดินวนไปเวียนมาหน้าห้องนอนเขา เฝ้าทุบประตูถามเหตุผลที่เขาไม่ได้ปักษามุกดากลับบ้านมาตลอดทุกชั่วโมง...พอเช้ามาเขามีแรงที่จะลืมตาอ้าปากได้ สมเด็จกงก็ใส่เป็นชุด เจาะทุกรายละเอียดเป็นฉากๆอย่างที่เห็นนี่ล่ะ


....แต่ว่าทำไม ทำไมอากงต้องมาทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าคุณซาวาดะด้วยล่ะ มันน่าขายหน้ามั้ยเนี่ย!?


เอ่อ อากงจีครับ อย่าเพิ่งโทษโกคุเดระคุงเลยนะครับ ทุกอย่างมันเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีใครคิดหรอกครับว่าจะมีคนก่อเหตุจลาจลแล้วขโมยปักษามุกดาไปแบบนั้น น้ำเสียงอ่อยๆของคุณหนูแห่งซาวาดะกรุ๊ปรีบปรามก่อนที่อากงจีแกจะสูดลมปราณเต็มปอดแล้วซักหลานตัวแสบต่อ


ทั้งนี้ด้วยความห่วงและอยากมาดูอาการของเพื่อนรักกลัวว่าจะตรอมใจไปซะก่อนทำให้คุณหนูซาวาดะรีบเหยียบรถมาที่คฤหาสน์โกคุเดระแต่เช้าตรู่ แต่ทันทีที่เห็นภาพอากงจีกำลังสอบสวนหลานของตัวเองซะละเอียดถี่ยิบก็พอจะอนุมานใหม่ได้ว่าบางที โกคุเดระคุงเพื่อนของเขาอาจตรอมใจด้วยสาเหตุอื่นก็ได้


ไม่ต้องห่วงหรอก คุณหนูซาวาดะ อากงไม่ติเจ้าฮายาโตะมันแรงนักหรอก ประมุขตระกูลโกคุเดระยิ้มหวานให้แขกผู้เยาว์วัยก่อนจะพับเก็บเรียบร้อยภายในเสี้ยววินาทีที่หันไปหาหลานตัวเองอีกครั้ง


“แต่ตามเรื่องแล้ว ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ขโมยปักษามุกดา ไอ้หนูยามาโมโตะ ทาเคชิก็ชนะแกอยู่ดีใช่มั้ย” ประโยคแสลงหูติดขั้วหัวใจ! คุณหนูโกคุเดระคน(โคตร)รวยรับไม่ได้!


“แง่ง! ไม่ใช่นะกง หนูเนี่ยนะจะแพ้มัน ไม่มี! ไม่มีวันนั้นซะหรอก!! มันก็แค่...มันก็แค่เป็นเจ้าของแค่ในนามเท่านั้นอ่ะ!....เอ้อ แล้วถ้าเราสามารถหาปักษามุกดาได้ก่อนมัน เราชิ่งเลยดีมั้ยกง!


โป๊ก!


“โอ๊ย! อะไรอ่ะกง!!


ตะพดมังกรหยกของอากงจียกขึ้นเคาะกะโหลกหลานไม่เบาไม่แรงนัก เล่นเอาคุณหนูซาวาดะที่นั่งอยู่ข้างๆเผลอเอามือลูบหัวตัวเองโดยอัตโนมัติ  ท่านกงจีส่ายหน้าด้วยความหน่ายในความคิดหลานที่ไม่ได้ดูเลยว่าอีกฝ่ายที่คิดจะชิ่งน่ะ มันเป็นใครมาจากไหน


“ตอนนี้แกอย่าเพิ่งคิดเลยว่าจะชิงปักษามุกดาเอามาเชยชมได้ มันไปอยู่ที่ไหนตามหาให้ได้ก่อนเถอะ บ๊ะ! พูดแล้วยังแค้นไม่หายโว้ย! ไอ้แก่อุเก็ตสึจัดเงินประมูลไปมากกว่าฉันได้ไงวะ!?


เอี๊ยดดดดด!


ไม่ทันที่คุณหนูโกคุเดระจะอ้าปากกว้างตอบอากงของตัวเองด้วยความมั่นใจว่าเป็นเพราะเกลือในสายเลือดของกงมันเข้มข้นจนเกินไป ก็มีเสียงรถแล่นมาจอดกึกที่หน้าคฤหาสน์ สองปู่หลานมองหน้ากันอย่างงงงวยปนรำคาญว่ามีผู้ใดกล้าเหยียบถ้ำเจ้าพ่อมาเฟียตั้งแต่เช้า และแล้วก็มีพ่อบ้านสูงวัยคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามารายงานในบัดดล


“เรียนท่านใหญ่ คุณหนูฮายาโตะ คุณหนูซาวาดะ.....ตระกูลยามาโมโตะมาครับ”


“หา!!?” คุณหนูแห่งตระกูลลุกผึง ก่อนจะวิ่งถลาไปหน้าบ้านพร้อมกับสึนะโยชิที่ลุกตามเพื่อนรักตัวเองไปติดๆ ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างรับแสงอาทิตย์ยามสายที่สะท้อนผิวมันแผล็บของรถคันหรูส่วนตัวคุณชายยามาโมโตะที่จอดสนิทอย่างเงียบงัน หัวใจเต้นตุ้มๆต่อมๆรู้สึกอึ้งอย่างบอกไม่ถูก ก็ร้อยวันพันปีหมอนี่เคยมาเหยียบเขตแดนของเขาที่ไหน ถ้าเกิดข่าวแพร่สะพัดออกไปในวงการมืด มีเค้าลางว่าจะเป็นตระกูลยามาโมโตะเข้าบุกถล่มตระกูลโกคุเดระถึงคฤหาสน์ชัวร์!
ตายๆ! แล้วดูสิ พื้นหินอ่อนจากรัสเซียแผ่นละหลายหมื่นที่ไม่เคยรองรับสัมผัสยางรถยนต์ที่ไหนนอกจากเฟอร์รารี่ของเขา ต้องถูกเบียดขยี้โดย BMW นิรนาม ช่างน่าสงสารนัก ถลอกมั่งหรือเปล่าน่ะ?


พอร่างสูงผมสีดำตั้งสุดเท่ทรงเดิมในเสื้อเชิ้ตสบายๆดีน้ำเงินก้าวเท้าออกจากรถได้นั้น คุณหนูโกคุเดระก็ปฏิบัติตนเป็นเจ้าบ้านที่ดีไม่มีที่ติ ดัชนีเรียวชี้ทะลุผ่านอากาศตรงไปยังแสกหน้าหล่อๆของคุณชายยามาโมโตะทันที พร้อมกล่าวทักทายต้อนรับอาคันตุกะคนดังด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง


ไอ้คุณชายยามาโมโตะ รูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย เหล่าอาหมวยไม่เอา แกตามมาหาเรื่อง!.....? อุย!..... อากงอุเก็ตสึ!!”


พลันน้ำเสียงตวาดแว้ดๆได้ผ่อนลงรวดเร็วโดยอัตโนมัติ  นิ้วชี้เรียวที่ค้างอยู่กลางอากาศหดกลับทันที เมื่อมีบุรุษอาวุโสคนหนึ่งก้าวขาจากประตูหลังออกมา อายุของเขาใกล้เคียงกับอากงจีของคุณหนูโกคุเดระได้ เรือนผมสีดำเริ่มมีสีขาวแซมบ่งบอกถึงความสูงวัย ใบหน้าของเขาละม้ายคล้ายคลึงกับคุณชายยามาโมโตะไม่ผ่าเหล่าผ่ากอ และที่สำคัญรอยยิ้มละมุนละไมไม่เคยเลือนหายไปจากหน้าของเขาเลย ไม่ว่าจะมองเมื่อใดรูปลักษณ์ของคนๆนี้ก็เหมือนคุณปู่ผู้ใจดีเสมอ เพียงแต่ว่าเขาเป็นคนที่รักสงบแตกต่างจากอากงจีที่ยังคงซ่าไม่ห่วงอายุ การจะได้พบหน้าเขานั้นถือว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก


ท่านใหญ่อาซาริ อุเก็ตสึ ประมุขแห่งตระกูลยามาโมโตะ และเป็นอากงของคุณชายยามาโมโตะ ทาเคชิ ผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ ธุรกิจการบันเทิงและสื่อต่างๆทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอยู่ในมือของเขาคนนี้
อืม...ยกขบวนกันมาทั้งกงทั้งหลานแบบนี้ คงจะไม่ใช่เรื่องไร้สาระซะแล้วสิ....


เอ่อ ขอโทษฮะ ไม่ทราบว่าอากงมาด้วย คุณหนูผู้เยาว์ทั้งสองค้อมตัวเล็กน้อย แม้ว่าคุณหนูโกคุเดระจะเขม่นตระกูลยามาโมโตะถึงเพียงใดก็ต้องก้มหัวเคารพผู้อาวุโสเบื้องหน้าทุกทีด้วยความเกรงใจในประสบการณ์และอุดมการณ์ผู้สูงส่ง เจอหน้าทีไรเขาทำตัวไม่ถูกทุกทีตั้งแต่ยังเด็กยันโต


ท่านใหญ่อุเก็ตสึยังคงยิ้มละไม ดวงตาทอแววอ่อนโยนพิศมองร่างบางเบื้องหน้า ไม่เจอกันนานนะฮายาโตะคุง โตขึ้นเยอะเลย สวยเหมือนจีสมัยวัยรุ่นไม่มีผิด


หล่อฮะกงหล่อ... คุณหนูโกคุเดระผู้ที่ถูกชมอย่างตรงไปตรงมาว่าสวยเอ่ยแก้พร้อมส่งยิ้มแห้งๆ ขนตามเรียวแขนลุกเกรียวนึกกลัวสายตาของคนแก่ แต่ก็ไม่ลืมตวัดสายตาจิกกัดไปหาคุณชายยามาโมโตะที่ยืนกลั้นยิ้มเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ข้างๆกงตัวเอง


อุเก็ตสึผู้อารมณ์ดีเสมอหัวเราะเบาๆแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะเบือนสายตาไปหาคุณหนูร่างเล็กอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆเจ้าของคฤหาสน์ ดีใจที่ได้เจอเธอด้วย...สบายดีนะสึนะโยชิคุง?”


ครับ สบายดีครับ สึนะโยชิค้อมหัวน้อยๆรับคำ แต่ไม่ทันที่จะได้ถามสารทุกข์สุกดิบอีกฝ่ายกลับตามมารยาท เสียงตะพดมังกรหยกของใครบางคนก็เคาะป๊อกๆกับพื้นของคฤหาสน์ เรียกสายตาของทุกคู่ให้หันไปมองในความเด่นเหนือใคร ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่เปิดกว้างกอดอกมองอาคันตุกะด้วยความเรียบเฉย สายตาหยิ่งทะนงสีแดงจางของเจ้าบ้านผู้เป็นใหญ่ตวัดมองคุณชายทาเคชิเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหยุดอย่างถาวรที่คู่ปรับตลอดกาล...อาซาริ อุเก็ตสึ


แกจะเต๊าะเด็กไปถึงไหนหา?  แก่แล้วก็เจียมบ้าง...แล้วจะมัวยืนอยู่ทำไม เข้าไปนั่งในบ้านก่อนมั้ยอากง คนแก่ยืนนานๆน่ะมันพาลจะเคล็ดขัดยอก


ฉับพลันรอยยิ้มละไมของท่านใหญ่อุเก็ตสึก็แลดูเยือกเย็นขึ้นมาเฉยๆ ดวงตาสีดำขลับคมเข้มสบประสานกับไทหวงแห่งตระกูลโกคุเดระด้วยอารมณ์ที่นิ่งงันไม่สั่นไหว และทุกคนก็จะได้รู้ต่อไปนี้ว่าคนเดียวที่กล้าต่อปากต่อคำกับท่านใหญ่จีแห่งโกคุเดระโดยไม่กลัวอาญาตัดลิ้นน่ะคือใคร...


ฮะ ฮะ นายก็แก่ลงไปเยอะเลยนะจี...เห็นเดินสองขาอยู่หลัดๆ ตอนนี้ต้องถือตะพดซะแล้ว  มันช่วยเสริมสร้างบารมีหรือช่วยค้ำจุนสังขารกันล่ะ หือ?”


อย่าเพิ่งหาเรื่องด่วนลงโลงตอนนี้เลยอุเก็ตสึ...ฮายาโตะ เชิญแขกเข้าบ้าน ท่านใหญ่จีสะบัดชายเสื้อผ้าแพรสีแดงพรึ่บหันหลังสาวเท้าอาดๆเดินเข้าบ้าน ทิ้งให้คุณหนูโกคุเดระรีบโกยเหล่าแขกเหรื่อที่ทั้งเต็มใจรับและไม่เต็มใจรับด้วยความรู้สึก กลัว อึดอัด ประหม่า หงุดหงิด ปะปนระคนกันไปย่างเท้าเข้าคฤหาสน์


แต่ไม่ทันที่จะได้เคลื่อนกายแม้แต่ย่างเดียว รถยนต์คันงามที่ไม่คุ้นตาอีกคันก็แล่นมาจอดต่อท้าย BMW ของคุณชายยามาโมโตะ ทันทีที่ผู้มาใหม่ก้าวเท้าลงจากรถเท่านั้นแหล่ะ คิ้วขวาของคุณหนูโกคุเดระได้กระตุกหงึกๆ กล้ามเนื้อใบหน้าเกิดอาการเป็นอัมพาตไปกะทันหัน ผิดกับยามาโมโตะที่ยิ้มร่า ยกมือทักทายอย่างสนิทสนม....แต่หนักที่สุดเห็นจะเป็นคุณหนูซาวาดะที่ว่าเก็บความรู้สึกทางใบหน้าได้เก่งกาจยังเผลออ้าปากค้างพะงาบๆ คิ้วโก่งขมวดเป็นโบว์อันเบ้อเร่อ
วันนี้นี่มันยังไง? พระศุกร์ไม่ทันเข้าพระเสาร์ก็แทรก ปิศาจยังไม่ทันแยก ซาตานหัวแฉกก็ปรากฏกาย อยากรู้นักกลิ่นธูปบ้านใครไปเรียกพ่อคนนี้ม้า!!?


อรุณสวัสดิ์ครับทุกท่าน...ต้องขอโทษด้วยที่ปรากฏตัวด้วยความเด่นอย่างกะทันหัน สาเหตุหลักที่ผมมา บอกตามตรงก็คือสึนะโยชิคุงอยู่ที่นี่...


อ่ะฮ้า? แล้ว...?


สาเหตุรองเพื่อช่วยเพื่อนและ....อืม...คนพิเศษของเพื่อน ผมมีนี่มาเปิดให้ทุกท่านดูครับ แน่นอนว่าเป็นประโยชน์...คึหึหึหึ ดวงตาทุกคู่เพ่งไปยังวัตถุทรงสี่เหลี่ยมสีดำที่อยู่ในมือมุคุโร่ ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่ามันคือวีดีโอม้วนหนึ่ง...



นี่เป็นวีดีโอจากภาพวงจรปิดที่ผมไปขอมาจากโรงแรมที่จัดงานประมูลปักษามุกดาเมื่อคืนนี้ครับผม






ด้วยประการฉะนี้ ห้องรับรองของคฤหาสน์โกคุเดระที่ว่างเว้นจากการรับแขกมานานก็คับคั่งไปด้วยเหล่าบุคคลชั้นนำของวงการธุรกิจราวกับงานเปิดแถลงข่าวอะไรสักอย่าง โซฟาหัวและท้ายโต๊ะประกบด้วยสองผู้อาวุโสแต่ความสามารถและพลังใจช่างร้อนแรงไม่ต่างกับเด็กหนุ่มวัยรุ่น ส่วนทายาททั้งสองคนนั่งประจำที่ สายตาจับจ้องไปยังทีวีจอแอลซีดีจอใหญ่ที่มุคุโร่เพิ่งจะดันม้วนวีดีโอใส่เข้าเครื่องเล่นเมื่อกี้นี้ ส่วนคุณหนูซาวาดะทายาทสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผู้สูงส่งบัดนี้ต้องผันตัวมาเป็นช่างควบคุมระบบชั่วคราว คอยจูนภาพที่มันมืดทึบในห้องจัดเลี้ยงให้ดูชัดเจนและคมชัดที่สุด


“เจ้าทาเคชิเล่าให้กงฟังว่าปักษามุกดาถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตาในงานประมูล แล้วก็บอกว่าฮายาโตะคุงนั้นสนใจปักษามุกดามาก ก็เลยคิดว่าถ้าร่วมมือกับฮายาโตะคุงตามหาน่าจะตามหาได้รวดเร็ว” คุณหนูโกคุเดระเลิกคิ้วมองเด็กหนุ่มร่างสูงที่ตอนนี้ก็ยังกล้ามานั่งยิ้มประกบอยู่ข้างๆเขาเหมือนเดิม น่าฆ่าชะมัด! นี่ไปนินทาเรื่องของเขาให้กงตัวเองฟังจนหมดเปลือกเลยใช่มั้ยนี่


“อ่า...ฮะ ปักษามุกดาเป็นกระบี่ที่สวยมากจริงๆ แล้วมันก็น่าเสียดายมากถ้าต้องตกไปอยู่ในมือคนไม่รู้ค่า....ไม่ต้องห่วงนะฮะอากงอุเก็ตสึ ผมกับเพื่อนจะช่วยคุณชายยามาโมโตะหามันอย่างสุดความสามารถ”


ท่านใหญ่อาซาริ อุเก็ตสึพยักหน้ายิ้มด้วยความพอใจ ดวงตาอ่อนโยนยิ่งทวีกระแสเอ็นดูอบอุ่นมองคุณหนูร่างบาง


“ขอบใจนะ...ขอบใจที่เธอให้ความสำคัญกับปักษามุกดาถึงขนาดนั้น”


เอาอีกแล้ว...น้ำเสียงจริงจังที่เหมือนมีอะไรเคลือบแฝงแบบนี้ มันเหมือนกับน้ำเสียงของยามาโมโตะเมื่อคืนนี้ไม่มีผิด...น้ำเสียงที่ฟังแล้วชวนให้คิดไปต่างๆนานา ว่าแท้จริงแล้วกระบี่ปักษามุกดาที่แสนเลอค่า คืออะไรสำหรับตระกูลยามาโมโตะกันแน่.....เป็นของสำคัญมากอย่างนั้นเลยหรือ แต่พลันคุณหนูโกคุเดระก็ดึงตัวเองออกจากความคิดได้ เมื่อมีเสียงของใครบางคนชักจะคันปากและพูดจาไม่เข้าหู


“ใช่มั้ยล่ะครับ อากง....บอกแล้วว่าคุณหนูฮายาโตะเชื่อถือได้ แล้วอย่าใช้สายตาแบบนั้นมองคุณหนูเขาสิครับ ถ้าเขาเกิดไปหลงรักกงแทนผมขึ้นมา จะทำยังไง” โหวววววว!!! พ่อยอดขมองอิ่ม เรียกซะชินปากเลยนะคุณหนูฮายาโตะน่ะ  ร่างบางตวัดสายตามองขึง กลุ่มคำด่าจัดชุดเรียบเรียงจากสมองมาจ่อที่ปากเตรียมเรียบร้อย...แต่เมื่อเขาได้สบสายตาที่แพรวพรายมีประกายแปลกๆโดยตรงของอีกฝ่ายแล้ว....ช่างน่าตกใจ เขาพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว


ทำไมต้องรู้สึกหวั่นไหวแปลกๆเหมือนหัวใจข้างในที่เคยนิ่งเงียบมาตลอดเหมือนมันถูกรบกวนอย่างสาหัส.....มันสั่น....สั่นเมื่อเขาคนนี้จ้อง...พร้อมกับคำๆหนึ่งที่พูดออกมาว่า....รัก


เอาละครับยามาโมโตะคุงกับคุณหนูโกคุเดระเพื่อนเกลอ อย่าเพิ่งเปิดสงครามน้ำลายกันเลยนะครับ ตอนนี้วีดีโอพร้อมแล้ว...ผมว่าเรามาจับข้อพิรุธที่กล้องวงจรปิดจับได้ดีกว่า โกคุเดระเบือนหน้าตรงมามองจอทีวีอีกครั้ง แต่เขาไม่แน่ใจตัวเองซะแล้วว่าหันไปเพื่ออะไร เพื่อเตรียมจับคนร้ายขโมยปักษามุกดาจากวีดีโอของมุคุโร่ หรือเพื่อหลบสายตาของใครบางคนและเพื่อซ่อนอาการประหลาดที่มันอาจเผลอแสดงออกมาทางสีหน้ากันแน่


เป็นอะไรไป โกคุเดระ ฮายาโตะ... ตั้งสติหน่อย ตอนนี้ต้องทำงานนะ ทำงานๆๆ!!


ตอนนี้เป็นตอนที่ไฟดับและมีเสียงปืนดังขึ้นพอดีนะครับ... มุคุโร่ถือรีโมทหยุดภาพ ภายในจอเห็นความมืดสนิท หากแต่ว่ามีความคมชัดโดยฝีมือคุณหนูซาวาดะ เห็นแสงสว่างวาบสีส้มส่องเฉียดเฉียงเต็มจออย่างไร้จุดหมาย ดูก็รู้ว่าระดมยิงอย่างบ้าคลั่ง  จากนี้ทุกท่านจับตาไปที่เวทีนะครับ แสงสีทองที่เห็นเป็นประกายคือปักษามุกดา จนกว่ามันจะหายไป อย่าคลาดสายตาเด็ดขาดนะครับ


มุคุโร่กดเล่นวีดีโอต่อ พร้อมกดซูมเข้าเจาะจงที่เวทีให้เห็นแสงสีทองจากกระบี่ปักษามุกดาอย่างชัดเจน ดวงตาหกคู่เพ่งจ้องไปยังจอทีวีไม่กระพริบ พลันไม่ถึงห้าวินาทีต่อจากนั้น ท่ามกลางหมอกควันเขม่าแสงสีทองก็หายวับไป กลายเป็นความมืดกลืนกินไปกับห้องเหมือนเอาผ้าสีดำมาคลุมเอาไว้อย่างนั้น...รวดเร็ว แนบเนียน เพียงชั่วพริบตาเดียว...


แต่ไม่ว่าพิรุธในภาพจะเล็กปานเข็มสอยผ้าขนาดไหน ก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาที่คมแหลมดุจสายตาพญาเหยี่ยวของคนบางคนไปได้


มุคุโร่คุง ช่วยเลื่อนกลับไปที่วินาทีที่สามสิบสอง แล้วพอซภาพเอาไว้.....มันมีบางอย่างผิดปกติ ใช่มั้ยจี?” ท่านใหญ่อุเก็ตสึวิเคราะห์นิ่งๆพร้อมสั่งเสียงเรียบ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะฟากตรงข้ามอย่างถูกใจ


“สายตายังดีอยู่นี่...” เหล่าคนหนุ่มรุ่นหลานทั้งสี่ทำอะไรไม่ได้นอกจาะนั่งอึ้งในความสามารถการมองเห็นของเหล่าอากงของตัวเอง ฉับพลันคุณหนูโกคุเดระก็รู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวขึ้นมาเฉยๆ เพราะดันไปนึกถึงสายตาของประมุขแห่งตระกูลยามาโมโตะที่มองเขาเมื่อเช้าแล้วมาชมซึ่งๆหน้าว่า สวย.....บอกตามตรง ว่ามันน่ากลัวมาก!


มุคุโร่ทำตามที่ผู้อาวุโสบอกในทันที เขาค่อยๆกรอภาพกลับอย่างละเอียดไปวินาทีที่สามสิบสองแม่นเป๊ะ แล้วสิ่งที่ว่าเป็นพิรุธที่อากงจีและอากงอุเก็ตสึจับได้ก็เป็นประจักษ์แก่สายตา....แม้ว่ามันจะไม่ชัดมาก แต่หากดูดีๆมันก็พอที่จะสังเกตได้ ข้างๆแสงสีทองของปักษามุกดาที่ส่องประกายท่ามกลางความมืดมิด มีแสงสีทองอีกแสงหนึ่งส่องวิบวับขึ้นมาใกล้เคียง ลักษณะของมันค่อนข้างจะเป็นเส้นยาวๆ


“น่าจะเป็นสร้อยนะครับ” คุณหนูซาวาดะเริ่มสันนิษฐาน ซึ่งทุกคนในที่นั้นเห็นพ้องต้องกันโดยไม่ได้นัดหมาย พิธีกรชายหญิงผู้ซึ่งอยู่ใกล้ปักษามุกดาที่สุดที่ทางกองประมูลจัดจ้างมาก็ไม่ได้ไฮโซถึงขั้นใส่สร้อยทอง ข้อนี้เหล่าเด็กหนุ่มทั้งสี่คนผู้นั่งข้างหน้าสุดในงานประมูลจำได้และมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นน่าจะเป็นแขกหรือของผู้ร่วมเข้าประมูลอย่างไม่มีข้อสงสัย


“ถ้าอย่างนั้น...คงจะใส่เยอะน่าชมเลยนะครับนี่ แม้ในความมืดมันยังเห็นจากกล้องวงจรปิดได้ชัดขนาดนี้” มุคุโร่ขยายความต่อ เป็นดั่งข้อมูลเพิ่มเติมให้ทุกคนเริ่มทบทวนความจำผ่านทางสายตาของตัวเองเมื่อคืนว่า เขาพอจะเห็นใครที่ใส่สร้อยทองบนคอแบบหามมาทั้งบ้านแบบนั้น แต่ในที่สุดคุณหนูโกคุเดระก็ถึงบางอ้อก่อนคนอื่น กำปั้นทุบลงบนมือบางอีกข้าง แล้วแสยะยิ้มออกมาแล้วบอกอย่างมั่นใจ


“ต้องใช่มันแน่ๆ...ไอ้เฒ่ายี่สิบเจ็ดล้าน”


เหอ?


“คะ..ใครนะครับ?” มุคุโร่ถึงกับติดอ่าง ส่วนที่เหลือได้พากันเลิกคิ้วสูงเพราะงงกับศัพท์เฉพาะที่คุณหนูแกพูดมากมาย พยายามนึกว่าไอ้เฒ่ายี่สิบเจ็ดล้านอะไรนั่นมันเป็นใคร รู้จักหรือเคยผ่านหูมาบ้างไหม


“ก็คนนั้นไง....ไอ้คนที่เข้าร่วมประมูลปักษามุกดา แล้วเสนอราคายี่สิบเจ็ดล้านน่ะ! มันเป็นตาแก่หัวล้านพุงพลุ้ยใส่สร้อยทองเท่าที่ฉันสแกนจากสายตาไม่ต่ำกว่าสิบเส้น อ่อ แล้วก็นะ สแกนจากสายตาอีกเหมือนกัน น่าจะเป็นทองจริงสักสามเส้น ที่เหลือเก๊เกรดเอ” .....ว่าแล้วพอจบประโยคพ่อคุณก็ยกชาถ้วยสวยจิบนิดๆอย่างมีมาด เป็นอันจบพิธี
สุดยอด! สายตา จมูก ลิ้น หู และสัมผัสทางผิวกายของคุณหนูโกคุเดระได้ผ่านการฝึกจับของแบรนด์เนมมาอย่างโชกโชน จริง เก๊ ซื้อจากโบ๊เบ๊ที่ประเทศไทย หรืออิมพอร์ทไกลจากปารีสไม่สามารถหลอกเขาได้ทั้งนั้น นี่เป็นความสามารถพิเศษที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้...ไม่มีใครเหมือนและก็ไม่มีใครอยากเหมือนด้วย เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจรองจากฝีมือการยิ่งปืนระยะกลางเชียวนะเออ!


“ถ้าเป็นคนนั้นล่ะก็ผมรู้จักนะครับ เขาคือเจ้าสัวหัวเจ๋อ....เขาเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมในเกาะฮ่องกงที่ล่ะครับ และก็เป็นหุ้นส่วนในการจัดการประมูลเมื่อคืนนี้ด้วย ที่คุณหนูฮายาโตะพูดมาก็น่าจะลงล็อกนะครับ ถ้าเขาจะวางแผนเพื่อก่อจลาจลย่อมๆมันก็ทำได้ไม่ยากเย็น เพราะบุคคลวีไอพีที่เป็นหุ้นส่วนนั้นจะเข้าออกงานประมูลตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้ซะด้วย”


“ถือซะว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยอย่าเพิ่งปักใจเชื่อไปร้อยเปอร์เซ็นต์” ประมุขแห่งโกคุเดระเอ่ยเตือนผู้อ่อนประสบการณ์กว่าเสียงเข้ม “และจากที่ฉันดู วิถีการยิงของกระสุนไม่ได้จงใจเพื่อต้องการสังหารใคร เป็นเพียงเครื่องก่อความวุ่นวายเพื่อขโมยปักษามุกดาไปเท่านั้น...ถ้าจะจัดการก็อย่าทำอะไรที่มันเกินกว่าเหตุ”


อะฮ้า? จัดการเหรอ?


“งั้นคืนนี้หนูขอไปทดลองชิมนะกงนะ...” พองานเข้าแน่นอนว่าคุณหนูโกคุเดระก็คึกเป็นของคู่กัน ดวงตาสีมรกตส่งสายตาเป็นประกายขออนุญาตอากงตัวเอง  จีถอนหายใจยิ้มๆแล้วพยักหน้าหงึก


“ก็ได้...แต่ว่า” พอได้ยินคำขึ้นต้นประโยคเงื่อนไข หัวใจที่เตรียมโห่ร้องด้วยความยินดีก็ต้องหดเอาไว้ก่อน คิ้วเรียวเลิกขึ้นพร้อมรับฟัง


“แกจะต้องไปกับคุณชายยามาโมโตะ เข้าใจมั้ย”


“ห๊า!!!????” คุณหนูโกคุเดระร้องลั่นประท้วงอย่างไม่ทันยั้งปากทั้งที่ในใจก็รู้อยู่ว่ามีท่านใหญ่อุเก็ตสึนั่งอยู่ด้วย มือไม้สองข้างแบออกสั่นกึกๆถามอากงตนทางภาษากายว่า “ทำม้ายยยย??


“ยังจะมาเอ๋อกินอีก! ก็เขาเป็นเจ้าของปักษามุกดาที่ถูกต้องและชอบธรรม ส่วนแกก็แค่ผู้ช่วยเขา ถ้าไม่ให้เขาไปด้วย เกิดแกลุยเดี่ยวแล้วชิ่งปักษามุกดาไปตามที่แกบอกฉัน ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ ไอ้หลานรัก!


รู้แล้ว!!! รู้ว่าไม่ใช่เจ้าของอ่ะ!! แต่อย่าย้ำบ่อยนัก หัวใจที่บอบช้ำมันยังไม่ทันจะสมานก็กระทืบซ้ำมาได้อีกเนาะ!! แล้วก็ไปแฉให้เขาฟังหมดว่าจะแอบชวดไปเงียบๆ ทุกอย่างรุมทึ้งความรู้สึกของคุณหนูโกคุเดระตัวน้อยๆคนนี้จนเจ็บ! ใครจะได้ยินข้าพเจ้าบ้างว่าข้าพเจ้า  เจ็บ!!!


ดวงหน้างามงอง้ำขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังกรอดๆหันหน้ามองคุณชายคู่หูที่ต้องลุยไปด้วยกันในคืนนี้อย่างเคืองจัด ส่วนอีกฝ่ายก็ไม่เปลี่ยนสีหน้าจากเดิม แต่รอยยิ้มที่ส่งมานั้นมันชักจะไม่ใช่พร่ำเพรื่อเหมือนเก่า เหมือนกับมันซึมเข้าไปผ่านสายตาแล้วไปก่อกวนระบบอวัยวะเขาเรื่อยๆ มันชักจะไม่ไหวซะแล้ว อึดอัดและความหงุดหงิดมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เป็นไปได้ก็ไม่อยากเห็นหน้าหมอนี่เลยสิ ให้ดิ้นตาย!


ไม่อยากเห็นหน้า....จริงๆ



จริงๆ....นะ







20:00 PM.
โรงแรมชื่อดังของเจ้าสัวเจ๋อหัว ชั้นใต้ดิน G


“ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้กับแกด้วย พูดตามตรง แกควรจะดีใจแล้วขอบคุณฉันสักร้อยสักพันครั้ง ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ฉันไม่เคยไว้ใจให้ใครมาลุยเคียงบ่าเคียงไหล่ฉันสักคน”


“เหรอครับ?


 “เออ”


โว้ยยยยยย!  หงุดหงิด! ไม่ชอบ! ...เขาก็อยากถามตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องมาทำอะไรอย่างนี้ด้วย เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอชิ้นเบ้อเร่อ เขาไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากความเสี่ยงในครั้งนี้สักเล็กสักน้อย เงินหรอ เหอะ! มีจนล้นฟ้าแล้วจะเอาอีกทำไม ปักษามุกดาเหรอ เจ้าคนที่อยู่ข้างๆก็คาบไปเชยชมซะแล้ว ถ้าปฏิบัติภารกิจสำเร็จ มันก็จะไปวางตั้งอย่างสง่างามที่คฤหาสน์ตระกูลยามาโมโตะ ออกข่าวหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งพาดหัวตัวเท่าหม้อแกง ส่วนเขาก็ต้องกินแห้วไปตามระเบียบ


แต่ว่าก็รับปากมาแล้วนี่นะ จะไม่ทำให้เต็มที่มันก็กระไรอยู่ พอเห็นสายตาและท่าทีของท่านใหญ่อุเก็ตสึและคุณชายยามาโมโตะแล้วมันก็สื่ออกมาจนรู้สึกได้ว่า ปักษามุกดาไม่ใช่ของประมูลราคาแพงธรรมดาๆ แต่มันเหมือนเป็นของสำคัญที่สูญเสียไปไม่ได้โดยเด็ดขาดอย่างนั้น....และคุณหนูโกคุเดระคนนี้ใช่จะเลือดเย็นไร้ไมตรี (เพราะน้ำใจจริงๆนะ ไม่ได้หวังอะไรทั้งนั้น เชื่อได้!?) เขาจึงต้องลักลอบเข้ามาในโรงแรมของเจ้าสัวจอมโลภ มาถือปืนเดินย่องๆไปตามบันไดหนีไฟกับคุณชายยามาโมโตะสองต่อสอง


“นี่ฉันถามจริงๆเถอะนะไอ้คุณชาย บ้านแกก็ไม่ได้จนขี้เหร่อะไร แต่ทำไมถึงต้องทุ่มให้ปักษามุกดานัก ฉันรู้ว่ามันสวยและน่าครอบครองมาก แต่ที่แกถึงกระทั่งยอมบึ่งรถจากบ้านมาให้ฉันช่วยตามหา มันไม่ธรรมดาแล้วมั้ง”
ยามาโมโตะฟังคำถามตรงไปตรงมาของร่างบางก็อึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นห่วงเป็นใยปักษามุกดามากจนเกินผิดสังเกตอย่างที่อีกฝ่ายว่าจริงๆ วงหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มบางๆแล้วถามกลับ


“แล้วอากงจีท่านไม่เคยบอกคุณหนูเลยเหรอ ว่ามันสำคัญยังไง”


“เคย...ก่อนจะไปประมูล กงบอกว่าเป็นของสำคัญกับตระกูลโกคุเดระมาก แต่ว่าฉันไม่คิดว่ามันมีความหมายอะไรลึกซึ้ง กงคงแค่อยากกดดันฉันให้เอาปักษามุกดามาให้ได้มากกว่า......แล้วตกลงแกจะตอบฉันมั้ย ว่าสรุปมันเป็นยังไง?


“อืม......ไม่เอา ไม่บอกครับผม”


อ้าว! เฮ้ยยย!?


คุณหนูโกคุเดระชักหน้าเขียว เพราะร่างสูงที่เดินตามคุ้มหลังเขาเอาแต่หลอกฟังแล้วยิ้มอ่อนโยนลูกเดียว ไม่หือไม่อือ แถมยังอมพะนำทำตาใสอีกต่างหาก เดี๋ยวปั๊ดพ่อจิ้มตาบอด!


“เห็นว่ายอมช่วยแล้วอย่ามาลามปามได้มะ! แล้วคิดว่าฉันอยากรู้นักเหรอไง ก็ถามไปงั้นๆ ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร!


“หือ? นี่คุณหนูงอนผมอยู่เหรอเนี่ย?” เหมือนจะทึ่งมาก คุณชายยามาโมโตะคนหล่อเบิกตาโตแล้วร้องถามราวกับว่าไม่เชื่อหูตัวเอง มันช่างเป็นประโยคคำถามจริงต้องการลูกกระสุนแทนคำตอบซะเต็มแก่ ดีไม่ดีลูกตะกั่วที่คุณหนูโกคุเดระใส่มาเต็มรังเพลิงดูท่าจะมีคนเต็มใจกินมันแทนเหล่าศัตรูซะแล้ว


“ใครงอนแก ระวังปากหน่อยเหอะ!


“ก็คุณหนูไง...ไม่ต้องห่วงครับ เอาเป็นว่าถ้าช่วยผมชิงปักษามุกดาคืนได้ ผมจะเล่าให้ฟังเป็นรางวัล โอเคมั้ย?


โถ!! เอารางวัลมาล่อ แล้วคิดว่าคุณหนูโกคุเดระผู้เกรียงไกรผ่านมาร้อยศพคนนี้จะกระโจนเข้าหา ครางเสียงแง้วๆปล่อยให้ลูบหัวเกาคางหรือไง ไอ้บ้าหน้าไม่อาย ทุ้ย!!


“เลิกปัญญาอ่อนได้ละ! แล้วก็หุบปากซะ!! อีกชั้นก็จะมีศัตรูโผล่มาแล้ว เสียงของแกมันวอนให้ลูกกระสุนลอยมาเจาะกะโหลกสิ้นดี”




สองทายาทมาเฟียหน้าตาดีลักลอบอย่างเงียบเชียบปานเสือหมอบแมวเซาผ่านชั้นใต้ดินจนขึ้นมาถึงทางนี้ไฟในชั้นล็อบบี้ ได้สำเร็จ ซ้ายขวาหน้าหลังยังคงว่างโล่งโจ้ง คุณหนูโกคุเดระเบะปากอย่างนึกไม่ชอบใจ โรงแรมนี้หละหลวมในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยในเกณฑ์ควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ยามหรือบอดี้การ์ดไม่มาเดินตรวจตรากันสักคน กล้องวงจรปิดเกรดบีที่แขวนเสริมบารมีอยู่ก็เหมือนมีเอาไว้บอกว่า โรงแรมนี้รวยพอที่จะมีกล้องวงจรปิดติดนะค้าบบบ!? แถมบรรยากาศโดยรอบตามทางเดินจากประตูหนีไฟมันยังเงียบเชียบ ได้ยินเพียงเสียงจังหวะการเดินของคนสองคนเท่านั้น


อย่างไรก็ตามภารกิจครั้งนี้เขาก็ไม่อยากให้ปืนสั้นคู่กายของเขาต้องเป็นหมันน่ะนะ ภาวนาในใจว่าออกมาสักคนเท้อ! ออกมาให้ฆ่าสักสี่ห้าศพจะดีมาก


คุณหนูโกคุเดระย่างสามขุมไปเรื่อยๆ ในมือกระชับไกแน่นพร้อมเหนี่ยว และแล้วปรารถนาของเขาก็เป็นจริง เมื่อมีเสียงฝีเท้าพร้อมเสียงพูดคุยของยามกลุ่มหนึ่งแว่วเข้าหูมา พลันริมฝีปากบางก็กระตุกยิ้มเหยียด สมพรปากจริง อยากเชือดหมู ก็มีอยู่ในอวยออกมาให้เชือด


โชคร้ายหน่อยเน้อ...ชาติหน้าขอให้เกิดเป็นคนละกัน


กริ๊ก!


ไง...พรรคพวก


ปังๆๆๆ!!!


ไม่ทันที่จะเอ่ยปากทักทายกลับ ลูกกระสุนก็สาดใส่อย่างไม่ปรานี เหล่าชายฉกรรจ์สี่คนโดนเจาะตามลำตัวเลือดสาดกระเซ็นล้มลงกับพื้นตามๆกับเป็นใบไม้ร่วง


“เฮ้ย!! เสียงปืน!! มีผู้บุกรุก มีผู้บุกรุกที่ทางเดินชั้นล็อบบี้!!!!


พอชุดแรกดับไปแล้ว แน่นอนว่าต้องมีชุดสองผุดขึ้นมาอีกเป็นดอกเห็ด แต่คราวนี้ไม่มาเงียบ เสียงโหวกเหวกร้องเรียกเตือนพวกเดียวกันดังลั่น เสียงฝีเท้าวิ่งตึกๆมาล้อมทุกทิศทางที่เขายืนอยู่ พร้อมยกปืนนับสิบกระบอกขึ้นจ่อจนไม่เหลือช่องว่างให้หลบหนี แต่มันไม่ทำให้ผู้ล่าทั้งสองตื่นตระหนก ซ้ำยังจุดประกายยิ้มชั่วร้าย ทั้งสองหันหลังเข้าหากัน หัวใจเต้นระทึกพร้อมรับความบันเทิงจากเสียงหวีดร้อง




เอาละนะ...สงครามมาแล้ว


ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!


“อ๊ากกกๆๆ!


ปืนสองกระบอกของยามาโมโตะและโกคุเดระสาดกระสุนให้ศัตรูอย่างบ้ากระหน่ำ จังหวะของเพชฌฆาตทั้งสองที่ไม่เคยแม้แต่จะทำงานด้วยกันสักครั้งกลับเข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ ศัตรูทางด้านหลังของแต่ละคนถูกสังหารโดยอีกฝ่ายร่วงเกลื่อนพื้น การหลบกระสุนและการยิงที่เยี่ยมยอดของสองทายาทตระกูลมาเฟียทั้งซ้ายและขวาเป็นสเต็ปเดียวกันราวถูกโยงใย ไม่มีแม้แต่จะเคลือบแคลงใจแล้วนึกหวั่น เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าที่เขาระดมยิงศัตรูที่อยู่เบื้องหน้านี้ไม่เพียงแต่ป้องกันตนเอง....หากแต่ยังเป็นการปกป้องอีกคนที่เป็นเจ้าของแผ่นหลังที่พิงอยู่ด้วย


จนสุดท้ายพวกบอดี้การ์ดที่อาจหาญมายืนจ่อปืนใส่เด็กหนุ่มผู้ทางอิทธิพลทั้งสองก็ล้มกายกองอยู่บนพื้น ผืนพรมสีแดงสดกลายเป็นสีคล้ำชื้นเพราะซึมซับเลือด คุณหนูโกคุเดระหันไปมองศัตรูที่อยู่ข้างหลังตัวเอง แล้วพยักหน้าอมยิ้มน้อยๆ อดชมฝีมือการยิงปืนของคุณชายยามาโมโตะไม่ได้ เพราะว่าตอนสู้อยู่เขาไม่ได้สัมผัสแม้เสียงกระสุนเฉี่ยวผ่านมาทางเขาเลยสักนิด


“งานเรียบร้อยไม่เลว...”


คุณชายยามาโมโตะแย้มยิ้มหวาน แล้วโค้งรับแทนคำขอบคุณ ดูไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศกลางศพคนตายเกลื่อนแต่ก็สง่างามราวกับเจ้าชาย “คุณหนูเองฝีมือก็ยังไม่ตกนะครับ เอ๊...หรือว่าเป็นเพราะคนที่อยู่ข้างหลังคุณหนูเป็นผมกันน้า คุณหนูถึงไว้ลายได้งดงามเพื่อปกป้องผมขนาดนี้”


“เพ้อเจ้อ!” ร่างบางด่าเข้าให้ หัวใจเต้นรัวอย่างไม่รู้สาเหตุ “รีบขึ้นไปข้างบนดีกว่าน่ะ ถ้าเกิดมันหนีไปก่อนแล้วจะยุ่ง”






ตุบๆๆๆๆๆ


ทั้งสองคนอ้อมไปข้างหลังทางลิฟท์ขนส่งที่คนไม่พลุกพล่านมากนัก แอบเหลือบเห็นพวกรักษาความปลอดภัยวิ่งกรูกันอยู่กลุ่มใหญ่ท่าทางเดือดร้อนไม่ใช่น้อย แต่ก็ฉลาดพอที่จะไม่ทำให้เหล่าแขกเหรื่อที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์หรือนั่งจิบกาแฟอยู่ต้องแตกตื่น หรือไม่แน่ว่าแขกเหล่านั้นอาจชินกับสถานการณ์อย่างนี้แล้วก็เป็นได้


ลิฟท์ขนส่งอยู่ตรงหน้าพร้อมชายฉกรรจ์ใส่เครื่องแบบยามยืนมือไขว้หลังจังก้าเฝ้าอยู่ไม่ขยับเขยื้อน ยามาโมโตะเอานิ้วชี้แตะปากเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายเงียบแล้วอยู่เฉยๆ ก่อนที่มาเฟียหนุ่มฝีเท้าดีจะอ้อมไปข้างหลังยามแล้วปรี่เข้าประชิดตัวด้วยความเร็วชั่วพริบตาและเงียบงันราวกับเท้าไม่ได้แตะพื้น


กร๊อบ!


“อั่ก!” ยามาโมโตะจัดการบิดคอของยามคนเดียวที่เฝ้าลิฟท์ขนส่งแถมใช้ปลายเท้าเขี่ยให้พ้นทาง ก่อนจะส่งสัญญาณเรียกร่างบางให้เข้ามาในลิฟท์ จากนั้นก็กดชั้นสูงที่สุดซึ่งเป็นชั้นของสำนักงานใหญ่ซึ่งเป็นที่เจ้าสัวเจ๋อหัวนั่งอยู่ เมื่อปิดลิฟท์ความเงียบสงบของตู้สี่เหลี่ยมแคบๆก็เข้าครอบงำ ลิฟท์ตัวนี้มีคนอยู่เพียงแค่สองคน  พวกเขายืนอยู่เอาหัวไหล่พิงติดผนังลิฟท์คนละด้าน แต่ละคนต่างก็เงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงหายใจเบาๆ การเคลื่อนที่แต่ละชั้นๆตามตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆมันช่างยาวนาน ยามาโมโตะไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้ แม้ว่าเขาจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ไม่อยากจะพูดกับเขา แต่ไม่มีอะไรจะพูดต่างหาก


“นี่...” เสียงเรียกเบาๆจากโกคุเดระทำให้เขาเบือนหน้าไปมองพร้อมเลิกคิ้วถาม รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก 


“ที่ฉันยอมช่วยแกคราวนี้ ไม่ใช่เพราะอยากให้ยามาโมโตะรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณโกคุเดระหรอกนะ...แต่เพราะฉันไม่อยากเห็นปักษามุกดาไปตกอยู่ในมือของคนที่ไม่เห็นคุณค่าของมันเพียงพอ......ปักษามุกดาน่ะ งดงามสูงส่ง แม้ฉันไม่รู้จักมาก่อนฉันยังรู้สึกหลงรักและหวงแหนมันเลย.....และพอเห็นท่าทางของแกกับอากงอุเก็ตสึ ฉันก็รู้ได้ไม่ยากว่า ปักษามุกดาน่าจะเป็นของสำคัญที่ตระกูลยามาโมโตะไม่สามารถปล่อยให้หลุดมือไปได้”


“แล้วถ้าคนที่ได้ปักษามุกดาไปเป็นแก....บางทีฉันอาจจะรับได้ก็ได้...มั้ง”


ยามาโมโตะฟังอีกฝ่ายพูดนิ่งๆ รู้สึกชื่นชมในตัวของคุณหนูโกคุเดระเป็นร้อยเป็นพันเท่าทวีคูณ ใบหน้าหล่อเหลายิ้มออกมาน้อยๆ ดวงตาสีน้ำตาลเปลือกไม้ทอดมองอีกฝ่ายด้วยความอ่อนโยนเอ็นดู และยามเมื่อคุณหนูโกคุเดระแย้มรอยยิ้มบางแล้วหันมาหา มันก็เหมือนเป็นดั่งมนตร์สะกดให้โลกทั้งใบหยุดหมุน รอยยิ้มที่น้อยคนนักจะได้เห็น เพราะเจ้าตัวชอบเก็บซ่อนมันเอาไว้ภายใต้ชื่อเสียงและบารมีที่น่าเกรงขาม จึงถูกบ่มให้หวานล้ำจับใจ


อา...คุณหนูแกไม่รู้หรือยังไงนะว่าที่นี่เป็นโรงแรม...แล้วถ้าเขาเกิดอยากสลัดคราบสุภาพบุรุษขึ้นมาจะทำยังไง?


“ขอบคุณมากนะครับ คุณหนูฮายาโตะ”


“อย่ามาเรียกชื่อฉันสิเฟ้ย! ขนมันลุก!” ร่างบางตวาดแว้ด มองเขม่นอีกฝ่ายด้วยความเคร่งเครียด เล่นเอาลดอายุความตึงผิวของใบหน้าลงไปอีกสองสามปี ยามาโมโตะเอียงคอแล้วพรูลมหายใจ พยักหน้าหงึกๆยอมรับง่ายดาย


“โอเคๆครับ ไม่เรียกก็ไม่เรียก เอาไว้เรียกวันหลังก็ได้เนอะ!


“อะไรนะ!


ติ๊ง!


ไม่ทันจะได้ระบายความหงุดหงิดใส่ ลิฟท์ก็หยุดที่ชั้นสูงสุดแล้วเปิดออก เท่านั้นแหล่ะคุณชายยามาโมโตะมองซ้ายมองขวาแล้วเดินออกไปอย่างหน้าตาเฉยพร้อมรอยยิ้มน่าหมั่นไส้ ทำให้คุณหนูโกคุเดระต้องกดอารมณ์ความรู้สึกให้ลงไปลึกๆ สูดลมหายใจแห่งความขันติ แล้วรีบเดินตามออกไป ชั้นนี้ไม่มีคนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่ไฟบางดวงก็ไม่เปิด แต่เครื่องปรับอากาศยังคงทำหน้าที่ให้ความเย็นเฉียบอย่างต่อเนื่อง


เด็กหนุ่มสองคนค่อยๆกดฝีเท้าอย่างแผ่วเบา ควบคุมอารมณ์ให้นิ่งเฉยแล้วใช้สายตากลอกไปกลอกมาตลอดเวลาเพื่อระวังภัย แต่ดูท่าแล้ว ชั้นนี้มันจะร้างคนโดยสมบูรณ์ เสียงหรือกลิ่นอายจิตสังหารไม่โผล่หางออกมาเลยแม้แต่คนเดียว และแล้วในที่สุด ทั้งสองก็ยืนอยู่ตรงหน้าประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ ที่หน้าประตูมีป้ายเหล็กสีเงินเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนเป็นภาษาจีนแปลว่า ผู้อำนวยการ


ยามาโมโตะค่อยๆเอื้อมมือไปจับลูกบิดแล้วบิดออกอย่างแผ่วเบา ให้ลมช่วยพัดให้บานประตูเปิดออกอย่างช้าๆ ในมือถือปืนมั่นแล้วค่อยๆก้าวย่างเข้าไปในห้อง ตามด้วยคุณหนูโกคุเดระมาติดๆ


ในห้องช่างผิดความคาดหมายอย่างเหลือเชื่อ แทนที่จะมีเจ้าสังเจ๋อหัวนั่งอยู่ กลับไม่มีใครสักคน ห้องมืดสนิทมีเพียงโต๊ะทำงานและของใช้ของประดับราคาแพงเป็นจำนวนมาก แสงไฟนีออนจากในกรุงฮ่องกงส่องให้พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ เงียบงัน และว่างเปล่า บนโต๊ะไม่แม้แต่จะมีเอกสารใดๆวางอยู่ พอหันสายตาไปมองในตู้โชว์ขนาดใหญ่ ก็ไม่มีแม้แต่เงากระบี่งามนามปักษามุกดาเลย


คุณหนูโกคุเดระควานหาสวิซต์ไฟแล้วเปิดมันทันที พอไฟสีขาวสว่างกระพริบติดก็เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าเจ้าสัวเจ๋อหัวไม่ได้อยู่ที่นี่ และดีไม่ดีก็คงจะพาปักษามุกดาหนีไปไหนต่อไหนให้พ้นเงื้อมมือของพวกเขาแล้ว!!


โธ่เว้ย! นี่พวกเขามาช้ากันไปกี่ก้าวกัน!? ภารกิจล้มเหลวงั้นเหรอ!!


“เวรเอ๊ย! หนีไปแล้วจริงๆด้วย!! รีบลงไปข้างล่างเร็ว แล้วรีบติดตามเผื่อจะทัน” ด้วยความห่วงและเสียดายคุณหนูโกคุเดระสั่งอย่างรีบร้อนแล้วทำท่าจะผลุนผลันออกจากห้องเสียเดี๋ยวนั้น ถ้าไม่ติดว่ายามาโมโตะคว้าข้อมือแล้วออกแรงดึงเอาไว้ก่อน


“คุณหนูจะไปไหน อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ”


“ไม่ให้ใจร้อนยังไงไหว!!?” โกคุเดระตวาดลั่นอย่างเหลืออด ฟิวส์จุดหลอมเหลวต่ำก็พาลขาดเอาได้ง่ายๆเมื่อเห็นคนตรงหน้ายังคงใจเย็นไม่ทุกข์ร้อน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้น “หรือแกไม่ห่วงปักษามุกดาเลย แกสู้ประมูลกับฉันเพื่อให้ได้มันมาในราคาร้อยล้านนะ!! แต่คุณค่าทางจิตใจก็สูงค่ากว่านั้นไปไม่รู้เท่าไหร่ แกเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอ....แล้วนี่แกยืนบื้ออะไรอยู่!!!? จะปล่อยให้มันหายไปต่อหน้าต่อตาเนี่ยนะไอ้บ้ายามาโมโตะ!!


“แล้วคุณหนูจะให้ผมทำยังไงครับ...ถ้าเขาหนีไปจริงๆ ตอนนี้คงไปได้ไกลแล้ว” รอยยิ้มเศร้าๆมอบให้โกคุเดระ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นการปลอบใจอีกฝ่ายหรือปลอบใจตนเองกันแน่ ดวงตาสีน้ำตาลเข้าเปลือกไม้หลุบต่ำลงเหมือนคนสิ้นหวัง ค่อยๆปล่อยข้อมืออีกฝ่ายลงอย่างไร้แรง ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้โกคุเดระควบคุมความโกรธเอาไว้ไม่อยู่ ซ้ำยังหัวเสียมากขึ้นอีกหลายเท่า


ไอ้ขี้แพ้ตรงหน้าไม่ใช่ยามาโมโตะ ทาเคชิที่เขารู้จัก! ไม่ใช่!!


“แกพยายามเพื่อมันมาตลอดนะ แล้วไหงยอมแพ้แค่นี้ฮะ!? เสียแรงที่ฉันมาช่วย แล้วถ้าไม่ได้ปักษามุกดากลับไปอากงอุเก็ตสึจะว่ายังไง อากงฉันจะว่ายังไง แล้วมุคุโร่กับคุณซาวาดะที่อุตส่าห์มาช่วยล่ะ แล้วความรู้สึกฉันล่ะ!? ถ้าช่วยแกไม่สำเร็จ มันก็ต้องรู้สึกแย่ แล้วฉันก็ต้องโทษตัวเองว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งที่ปล่อยให้ปักษามุกดาหายไป!!


“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ คุณหนู” ยามาโมโตะขยับยิ้มแล้ววางมือลงบนเรือนผมสีเงินนุ่มสลวยของอีกฝ่ายแล้วยีมันเบาๆ “คุณหนูพยายามเต็มที่แล้ว จะโทษตัวเองทำไม ผมก็ทำเต็มที่แล้ว เราสองคนไม่ได้บกพร่องในหน้าที่ คนอื่นก็คงจะเข้าใจล่ะครับ....ส่วนปักษามุกดา ถ้าพยายามไล่ตามแล้ว แต่ก็จับไม่ได้แบบนี้ แสดงว่าตอนนี้ผมยังไม่ทรงอำนาจมากพอที่ปักษามุกดาจะเลือก...”


“แต่มันสำคัญกับตระกูลของแกมากนะ! ปักษามุกดาไม่เลือกก็ช่าง! แต่แกเป็นคนที่ฉันเลือก และเห็นสมควรว่าแกควรจะได้ครอบครองปักษามุกดาแทนฉัน!


สิ้นคำพูด คุณหนูโกคุเดระก็ต้องปิดปากเงียบ ก้มหน้างุด ไม่รู้ว่าด้วยอารมณ์อะไร เสียดายของ หงุดหงิดที่ไอ้เฒ่ายี่สิบเจ็ดล้านนั่นหนีไป หรือนึกสงสารคนตรงหน้าจนต้องพูดให้กำลังใจออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริงกันแน่ รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาโดนจ้องอย่างอึ้งๆ โดนจ้องจากสายตาคู่นั้นที่เขาบอกว่าไม่อยากจะเห็นมันอีกจนไม่รู้ว่าจะหลบยังไง มันช่างน่าอายจนเขาอยากจะกัดลิ้นของตัวเองให้ขาด แก้ตัวหรือกลบเกลื่อนแบบไหนก็คงปิดบังไม่ได้จริงๆ


ยามาโมโตะเริ่มขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายๆ แล้วพรูลมหายใจเบาๆเหมือนกับรู้สึกเหนื่อย....แน่นอน...เหนื่อยสิ คุณหนูโกคุเดระคนนี้จะทำให้เขานึกรักมากไปถึงไหนจึงจะพอ ต้องเก็บความรู้สึกที่มีล้นหัวใจไม่ให้แสดงออกไปอย่างเกินควรนี่...มันเหนื่อยนะ


แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจ หรือเสียดายเลย ที่ได้เลือกคนๆนี้ เช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายเพิ่งหลุดปากออกมาว่าเลือกเขา....


“แค่นี้...ก็ต้องขอบคุณมากแล้วครับคุณหนู”



ขอบคุณจริงๆ.....



“นี่แก...”


“อ๊ะ คุณหนูดูนี่สิครับ” ไม่ทันจะพูดอะไร ยามาโมโตะก็เดินดุ่มๆไปที่แท่นอะไรบางอย่างแล้วผายมือให้คุณหนูโกคุเดระดู “เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลลาภ ท่านศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้ที่ทำธุรกิจหรือการพาณิชย์ส่วนใหญ่ล้วนมีท่านไว้บูชา แล้วอีกอย่างท่านยังขึ้นชื่อเรื่องการประทานพรด้วย” ร่างสูงย่อกายลงทำความเคารพ เทพเจ้ารูปสลักองค์เล็กที่นั่งอย่างสง่างามบนแท่น เบื้องหน้ามีธูปปักอยู่ในกระถางจำนวนมากด้วยแรงศรัทธาของเจ้าของ


ใบหน้าคมคายหล่อเหลาหันมามองคุณหนูโกคุเดระอีกครั้ง แล้วถามยิ้มๆ “คุณหนูโกคุเดระมีเรื่องที่อยากขอพรกับท่านมั้ยครับ...บางทีมันอาจจะสัมฤทธิ์ผลก็ได้”


เป็นไปได้หรอ? แม้จะค้านในใจ แต่คุณหนูโกคุเดระก็ไม่ได้เถียง เทพเจ้าองค์นี้อากงก็บูชาที่คฤหาสน์ แล้วก็พร่ำซ้ำๆว่าเรื่องเหล่านี้ก็มีผลที่ทำให้ตระกูลเขาอยู่เย็นเป็นสุขฟูเฟื่องในเรื่องโชคถึงขนาดนี้....แล้วถ้าเรื่องปักษามุกดา...ในเมื่อพยายามแล้วไม่ได้ เทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์จะช่วยเขาหรือไม่นะ



“อืม...ก็อยากให้ปักษามุกดากลับมาหาเจ้าของที่แท้จริงที่คู่ควรกับมันล่ะมั้ง”



ยามาโมโตะพยักหน้าอย่างเข้าใจ พลางมองหน้าละมุนของอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ คุณหนูโกคุเดระคงจะไม่รู้ว่าเขาก็ภาวนาแบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ว่าคนที่คู่ควรที่ทั้งสองหมายถึง จะเป็นคนๆเดียวกันหรือเปล่า?



เพราะบางที อาจมีคนบางคนที่ถูกเลือกเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วก็ได้....








คฤหาสน์โกคุเดระ 07:35 AM.


ร่างระหงของคุณหนูแห่งตระกูลออกมายืนรับแสงแดดอ่อนๆในยามเช้า ในมือถือแก้วชาร้อน ยกขึ้นจิบเป็นระยะๆ ท้องฟ้าในวันนี้เป็นสีฟ้าสดใส ปุยเมฆขนนกบางเบาวาดยาวผ่านท้องฟ้าน่ามอง เหมือนกับเรื่องวุ่นวายผ่านไป ชีวิตเขาก็คืนสู่ความเป็นปกติ คงจะไม่มีเรื่องยุ่งๆเข้าให้จัดการอีก ส่วนปักษามุกดา...คงจะต้องให้เวลาเป็นเครื่องช่วยสมานแผลหัวใจ ไม่นานนักหรอกเขาก็คงจะลืมมันเอง...


อืม...เหมือนคุณหนูโกคุเดระคนนี้เป็นหนุ่มน้อยเพิ่งอกหักจากรักแรกเลยว่ามั้ย?



แล้วไอ้เรื่องวุ่นวายที่ว่า...มันคงจะไม่วกกลับมาหาเขาจริงๆน่ะ!?



จะจริงเร้อ....?


“มีพัศดุส่งมาครับ คุณหนู” พ่อบ้านคนหนึ่งเดินตรงมาหยุดข้างๆเขา ก่อนจะค้อมศีรษะเล็กน้อยแล้วยืนส่งพัศดุไปรษณีย์ให้ มันห่ออย่างดีท่าทางจะไม่ต่ำกว่าสามชั้นผูกทับด้วยเชือกเส้นใหญ่อีกเส้นเรียบร้อย คุณหนูโกคุเดระรับมันมาถือไว้พร้อมผงกหัวเป็นเชิงขอบใจ สิ่งแรกเลยที่เขารู้สึกทันทีที่ถือมันก็คือ....หนัก!


มันหนักจนเขาต้องเดินเข้าคฤหาสน์แล้ววางมันลงกับโต๊ะ พิศดูอีกครั้งอย่างช่างใจ ชื่อผู้รับคือชื่อเขาไม่ผิดเพี้ยน แต่ชื่อผู้ส่งนี่สิไม่เขียนบอกเลยแม้แต่น้อย ส่วนที่อยู่นั้นเหรอ บอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้นไม่รู้จักเลย คุณหนูโกคุเดระนั่งลงแล้วเอาหูแนบกับกล่องพัศดุอย่างระแวง ทำยังไงได้! เขามีคนรักเท่าผืนหนัง คนชังไซร้เท่าผืนเสื่อ มีอยู่หลายรายกล้าส่งบอมบ์ลูกย่อมๆมาลงบ้านเขาทั้งต่อหน้าและลับหลัง แต่เท่าที่ดูแล้วรูปร่างของมันไม่เหมือนระเบิดเลยแฮะ ฟังเสียงก็ไม่มีเสียงแปลกๆที่เป็นเอกลักษณ์ของระเบิด


อะไรวะ?


คุณหนูโกคุเดระเริ่มคลายปมเชือกออกแล้วค่อยๆบรรจงแกะกล่องแต่ละชั้นอย่างบรรจง ในใจก็คิดไปด้วยความฉงนว่าในใจมันคืออะไร แล้วคนส่งทำไมจึงเป็นปริศนาขนาดนั้น จนสุดท้ายกล่องกระดาษสีน้ำตาลหนาก็ถูกแกะออกหมด เหลือเพียงกล่องแข็งๆที่มีฝาปิดสีขาวอยู่ภายใน ร่างบางสูดหายใจลึกแล้วผ่อนยาว ควบคุมมือให้นิ่งแล้วเอื้อมไปค่อยๆยกเปิดออก และแล้วของที่นอนหลับใหลภายในก็เป็นประจักษ์กับสายตา


ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!! ผีหลอกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!


ผีหลอกๆๆๆๆ ภาพลวงตาแน่ๆ มันเป็นภาพลวงตา ไม่มีอยู่จริง ไม่มีทางเป็นไปได้!!!


คุณหนูโกคุเดระอึ้ง กรีดร้องอยู่ในใจเพราะไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆออกมาได้ มันเหมือนคนเป็นใบที่กล่องเสียงเกิดการจับอัมพาต ดวงตาเบิกค้าง ปากอ้าเหวอ เขาเป็นประสาทหลอนแน่ๆที่เห็นมัน ก็สิ่งที่อยู่ในนั้นน่ะคือกระบี่สีทองอร่ามสลักลายหงส์เจ็ดตัว มีไข่มุกเจ็ดเม็ดฝังอยู่ ยังอยู่ในสภาพที่งามสมบูรณ์ ไม่หัก ไม่บิ่น ไม่มีรอยขีดข่วนอะไรทั้งสิ้น!! สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือ ปักษามุกดา!


มันคือปักษามุกดาตัวจริงเสียงจริงงงงงง โอ้ มายไฉ่ซิ้งเอี๊ย!!!!


ตอนนี้เขาต้องการคำอธิบายกับของที่มันหายไปแล้วแต่กลับมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า และแล้วใต้ปักษามุกดาก็มีจดหมายฉบับหนึ่งพับวางอยู่ มือบางที่สั่นสะท้านเอื้อมไปคว้ามันมา แล้วคลี่มันออกอ่านอย่างรวดเร็ว


ถึงตระกูลโกคุเดระ

สวัสดี ฉันอาซาริ อุเก็ตสึ ประมุขแห่งตระกูลยามาโมโตะ ถ้าเกิดคนที่เปิดอ่านจดหมายฉบับนี้เป็นฮายาโตะคุงล่ะก็คงจะตกใจมากสินะ เธอตั้งสติดีๆแล้วฟังที่อากงพูดให้ดีนะ เรื่องนี้อากงอยากให้เธอถามรายละเอียดจากจี อากงของเธอให้เรียบร้อย อีกสักพักฉันกับทาเคชิจะไปถึง ฉันได้เห็นถึงความคู่ควรและเหมาะสมในตัวเธอแล้ว ฉันจะไปทาบทามเธอในฐานะคู่หมั้นของยามาโมโตะ ทาเคชิตามสัญญา และปักษามุกดาราคาหนึ่งร้อยล้านเล่มนั้นถือเป็นของหมั้น เป็นของจริงที่ส่งตรงจากฉัน ไม่มีการกลั่นแกล้งใดๆทั้งสิ้น ฉันดีใจที่จะได้เธอเป็นหลานสะใภ้นะ แล้วเจอกัน


ลงชื่อ

อาซาริ อุเก็ตสึ


“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!! อาก๊งงงงงงงงง!!!! อากงมาหาหนูเดี๋ยวนี้นะ!!” มือบางปล่อยกระดาษราวกับจับของร้อน คราวนี้ไม่บงไม่ใบ้มันแล้ว คุณหนูโกคุเดระตะโกนสุดเสียงเรียกกงของตนเอง ซึ่งไม่นานเกินรอ ประมุขของตระกูลโกคุเดระโผล่หน้าออกมาจากห้องด้านในด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว เพราะเสียงของหลานตัวเองดังสะเทือนไปถึงหูชั้นใน แต่พอออกมาเห็นหลานตัวแสบยืนสั่นเป็นเจ้าเข้าถึงได้ขมวดคิ้วถาม


“อะไรของแกวะ ร้องอย่างกับเจอผีหลอก”


“ก็ผีหลอกน่ะสิ! ผีปักษามุกดากงน่ะ ดู กงดูนะ นี่ปักษามุกดาของแท้ไม่เก๊ไม่ปลอมอะไรทั้งนั้นอ่ะ!! แล้วดูนี่ จดหมายจากกงอุเก็ตสึ เขาเขียนมาให้หนูถามรายละเอียดจากกง หนูหมั้นเหมิ้นอะไรกับคร้ายยยยยยยยยยยยยยย อะไรมันเป็นอะไร หนูมึนแล้ววววววววววว”


คุณหนูโกคุเดระระบายสิ่งที่เห็นให้จีฟังจดหมดจนสิ้น น้ำเสียงก็สั่นเหมือนจะร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ ส่วนอากงแกก็ไม่ได้ตกใจตามหลานเลย แถมยังพยักหน้าร้องอ้อเบาๆอีกต่างหาก เหมือนกับเรื่องที่ได้ยินเป็นเรื่องธรรมดาปกติก็ไม่ปาน
“ก็แกต้องหมั้นกับไอ้หนูยามาโมโตะจริงๆนี่หว่า...เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตกลงกันมานานร้อยกว่าปีได้แล้วเฟ้ย เอ้อ! นี่แสดงว่าฉันไม่เคยเอาคำสั่งสืบทอดของโกคุเดระรุ่นแรกให้แกดูเลยเรอะ!


หลานคนฟังสะบัดหน้าพรืดรัว เล่นเอาอากงแกตกใจถอยหลังแล้วร้องอ้าว ก่อนที่จะเดินไปค้นอะไรบางอย่างจากลิ้นชักที่อยู่ตรงมุมห้อง ลิ้นชักใยแมงมุมชักเกาะหลังนั้นอากงแกหวงมาก แล้วก็ไม่อยากให้ใครเข้าไปใกล้รวมถึงตัวเขาเอง แม้แต่คนทำความสะอาดอากงแกยังต้องอยู่เฝ้าเพราะกลัวลิ้นชักสุดที่รักจะล้มครืนเพราะอายุที่ไม่มากไม่น้อยไปกว่าตัวแก


ท่านใหญ่จีเดินกลับมาพร้อมถือสาส์นบนผ้าที่ม้วนเรียบร้อยออกมา สาส์นฉบับนี้คล้ายราชโองการของฮ่องเต้ที่เห็นบ่อยๆในหนัง มันเก่าจนผ้าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้วอ่อนยวบยาบตามกาลเวลา จีคลี่สาส์นในตำนานแห่งตระกูลโกคุเดระออกแล้ววางบนโต๊ะเบื้องหน้าหลาน แล้วเริ่มเล่าตำนานของสองตระกูลที่ถูกถ่ายทอดมารุ่นสู่รุ่น


“นี่เป็นสาส์นที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่นของตระกูลโกคุเดระ ความจริงมันมีอยู่สองฉบับ คืออยู่ที่เรา...และอยู่ที่ตระกูลยามาโมโตะ เขียนโดยบรรพบุรุษรุ่นแรกของแต่ละตระกูล ว่ากันว่าในสมัยก่อนบรรพบุรุษของเราทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันมาก จนเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนตาย....พวกท่านต้องการให้ความสัมพันธ์ในมิตรภาพต้องยืนยาวไปกาลนาน จึงตกลงกันว่าผู้สืบทอดรุ่นที่สิบของสองตระกูลจะต้องหมั้นหมายกันโดยมีปักษามุกดา กระบี่เลอค่าที่บรรพบุรุษสองท่านนั้นช่วยกันออกแบบ แล้วสั่งทำขึ้นมาด้วยฝีมือของช่างประดิษฐ์มือหนึ่งจากในวัง....แต่ปัจจุบันด้วยการค้า การเงิน บารมี อำนาจ บริวารของพวกเราล้วนเท่าเทียมไปทุกๆด้าน ก็มีบ้างที่ต้องเขม่นและรู้สึกหมั่นไส้อีกฝ่าย....แต่อันที่จริงแล้ว เรากับยามาโมโตะมีความสัมพันธ์ที่ดียิ่งกว่าใคร...”


“...แล้ว?


“ก็อย่างที่ว่า แกกับเจ้าหนูยามาโมโตะคือผู้สืบทอดรุ่นที่สิบของตระกูลทั้งคู่ แกสองคนก็ต้องหมั้นกันตามโองการ แต่ถ้าแกไม่เชื่อ แกจะลองชักกระบี่ดูก็ได้...” พอจบคำ ท่านใหญ่จีก็ยกปักษามุกดาออกจากกล่องให้หลานถือ ทันทีที่สัมผัส กลิ่นอายและอณูของความเก่าแก่ มนตร์ขลัง ความละเอียดอ่อนช้อยที่ไร้ที่ติสมกับเป็นศิลปะของชาววัง และที่สัมคัญคุณหนูโกคุเดระสัมผัสได้...สัมผัสได้ถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ ความสมัครสมานสามัคคี และมิตรภาพที่แข็งกล้าของบรรพบุรุษสองตระกูล.....ความรู้สึกนี้แหล่ะที่เขารับรู้มาโดยตลอดตั้งแต่อยู่ที่งานประมูล...พอถอดฝักออก คมกระบี่สีเงินวาวออกลายครามไม่มีแม้แต่สนิมเกาะสะท้อนใบหน้าของเขาได้ราวกระจกเงา ตรงโคนใกล้ๆกับด้ามดาบมีชื่อของสองตระกูลสลักอยู่อย่างชัดเจน



...ยามาโมโตะ  โกคุเดระ.....



นี่คือของที่บรรพบุรุษมอบให้กับเขา....รู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งอย่างสุดหัวใจ....


แต่ว่า....


ทำไมต้องเป็นของหมั้น!!!


“กง เดี๋ยวสิ! นี่แสดงว่ากงรู้อยู่แล้ว แล้วทุกคนก็รู้อยู่แล้วใช่มั้ย แล้วเรื่องงานประมูล เรื่องที่ปักษามุกดาโดนขโมยและคนร้ายก่อจลาจลในงาน แล้วไอ้เจ้าสัวเจ๋อหัวยี่สิบเจ็ดล้านนั่นอ่ะ!


“บ๊ะ! แกคิดว่าไอ้เรื่องแค่นี้ตระกูลยามาโมโตะกับฉันไม่มีปัญญาปั้นขึ้นเรอะ ทุกอย่างก็เพื่อทดสอบแกว่าแกจะรู้สึกเห็นค่าในปักษามุกดา และพร้อมที่จะหมั้นกับเขาได้หรือเปล่าก็เท่านั้น เริ่มจากติดต่อไปทางโรงแรมแล้วขอให้จัดงานประมูลโดยใช้ชื่อของโรงแรมนั้น ต่อมาก็หลอกล่อให้แกไปประมูล แล้วทางยามาโมโตะก็จัดฉากว่ามีคนประสงค์ร้ายจะมาขโมยปักษามุกดา เสียงปืนในงานก็แค่เสียงประทัดที่ทำขึ้นพิเศษ คนในงานที่บาดเจ็บก็แค่โดนสะเก็ดประทัดแต่สำออยเท่านั้นล่ะ.....”


“อ้าว? กง แล้วมุคุโร่กับคุณซาวาดะอ่ะ เรื่องวีดีโอกล้องวงจรปิดก็มีเบื้องหลังเหรอ”


“หึ โรคุโดกรุ๊ปกับซาวาดะกรุ๊ปได้ให้ความเรื่องมือตัดต่อก่อนจะเอามาให้แกดู”


“โรงแรมเมื่อคืนที่หนูไปลุยกับไอ้คุณชายยามาโมโตะ ก็เป็นละครช่ายม้ายยยยย!!!?


“เออ ใช่ โรงแรมที่แกไปเมื่อคืนก็เป็นโรงแรมของไอ้แก่เจ๋อหัวจริงๆ เพียงแต่พวกเราเตี๊ยมกับมันไว้แล้ว ให้มันปิดโรงแรมหนึ่งวัน แล้วใส่คนของเราเข้าไปแทน ทั้งพนักงาน บอดี้การ์ดที่แกทำเท่ยิงมันตายนั่นก็ลูกน้องแกทั้งนั้น พวกมันไม่ตายหรอก แกวางใจได้....สุดท้ายก็เป็นอย่างที่แกเห็น ปักษามุกดาไม่ได้ถูกขโมย แต่เพียงถูกซ่อนไว้ แล้วเอามามอบให้แกวันนี้ เพราะแกสอบผ่าน...”


แผนการชั้นเซียนตีตราโดยท่านใหญ่จีทำให้หลานยิ่งหูอื้อหนัก วิงเวียนคล้ายจะเป็นลม ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร สมองยิ่งตื้อหนัก ตั้งแต่เกิดมา ณ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เขารู้สึกว่าตัวเองโง่เง่าเต่าตุ่นที่สุด แต่ว่าตอนนี้...


โอเค ทุกอย่างชัดเจน....สรุปคุณหนูโกคุเดระผู้เพอร์เฟคโดนจับไปเล่นละคร ทุกอย่างเป็นเรื่องแหกตา!! ถามว่าแค้นมั้ย! แค้น!! แต่ที่เหนือความแค้นมันคือความอาย หน้าของเขาบางลงไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว!!! โฮกกกกกกกกกกกกก


“แต่กง! หนูไม่หมั้นนะ จะให้หมั้นได้ไง หนูกับมันผู้ชายทั้งคู่นะเอ้อ! กงจะทำให้ตระกูลโกคุเดระเป็นหมันในรุ่นหนูเหรอ!


ไม่เอานะ...รับไม่ได้อ่ะ แล้วท่านบรรพบุรุษที่รักก็ไม่คิดบ้างเหรอครับว่า รุ่นที่สิบนี่อาจจะเป็นชายคู่หรือหญิงคู่ก็ได้น่ะ แทนที่จะได้สานสัมพันธ์ กลับเป็นการตัดเชื้อวงศาคณาญาติซะล่ะมากกว่า


“โอ๊ย! แกก็หมั้นกันไปก่อนสิวะ! จะแต่งไม่แต่งค่อยว่ากัน นี่แกคิดจะขัดคำสั่งบรรพบุรุษเรอะ!! รู้มั้ยว่ามันบาปขนาดไหน ตายไปนรกไม่รับ สวรรค์ไม่ต้องการ!! แล้วแกสองคนก็ชอบกันไม่ใช่เหรอ มันจะมีปัญหาอะไร?


หา!!! โอมายเจ้าแม่กวนอิม!!!!! ชอบ! เขาเนี่ยนะเกิดไปชอบไอ้คุณชายยามาโมโตะหัวตั้งนั่นเข้าให้แล้ว อิมพอสสิเบิ้ล เป็นไปไม่ได้อย่างแรง!


“กงพูดอะไรออกมา หนูเนี่ยนะชอบมัน ไม่มี้ไม่มี ไม่มีวันนั้นซะหรอก!



“อ้าว เหรอครับ แล้วที่คุณหนูบอกว่าผมเป็นคนที่คุณหนูเลือกนี่มันยังไง”


พลันเสียงนุ่มทุ้มหล่อเหลาของใครบางคนก็ดังแทรกบทสนทนาเมามันส์ของสองกงหลาน คุณหนูโกคุเดระหันขวับ หัวใจยิ่งทำงานหนัก รู้สึกร้อนไปทั่วใบหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เพราะคนตัวสูงในชุดสูทดูเต็มยศกว่าวันอื่นที่เดินเข้ามานั้น เป็นคู่หมั้นตามคำสั่งบรรพบุรุษของเขา...พักหลังๆนี้แค่เป็นคู่แข่งก็มองหน้าไม่ค่อยจะติดอยู่แล้ว แล้วนี่มาเป็นคู่หมั้นเขาไม่ต้องหันหลังคุยกับมันเลยเหรอ


ยามาโมโตะแสดงความเคารพท่านใหญ่จีด้วยรอยยิ้ม คนที่ยืนอยู่ข้างหลังคือท่านใหญ่อุเก็ตสึที่แย้มยิ้มเป็นรูปเดียวกับหลานเด๊ะ


“จีคงเล่าให้เธอฟังหมดแล้วสินะฮายาโตะคุง....เมื่อคืนทาเคชิก็เล่าให้อากงฟังเหมือนกันว่า เธอเป็นคนเลือกเขา....ฮึๆๆ ฉันล่ะก็โล่ง นึกว่าเจ้าหลานชายจะอกหักดังเป๊าะเพราะแอบไปรักเธอข้างเดียวซะแล้ว”


เล่าอีกแล้ววววว!! ทำไมหมอนี่เป็นคนช่างเม้าท์ได้ขนาดนี้! แต่ละเรื่องก็สาระดีๆทั้งนั้น!


“เออ...คุยกันตามสบายนะ ว่าที่สามี?แกก็มาแล้ว ฝากเนื้อฝากตัวกับเขาซะ มีอะไรขุ่นข้องหมองใจก็อย่าเพิ่งฆ่ากันซะก่อนล่ะ ...เอ้อ! ไอ้แก่อุเก็ตสึ แกไปแข่งเขียนตัวอักษรในห้องศิลปะรอพวกหลานมันคุยกันเป็นไง? อย่าบอกนะเฟ้ย ว่าแก่แล้วข้อต่อไม่ดี ขนาดลากเส้นยังเบี้ยว?


“ฮึๆๆๆ ท่านผู้เฒ่าจีชวนมามีหรือจะปฏิเสธ ฉันต่อให้สักสิบนาทีก็ยังได้ เผื่อว่าจะไม่มีแรงยกพู่กัน”


ว่าแล้วก็เดินลับหายกันไปทั้งคู่ ทิ้งไว้เพียงสายตาอวยพรอย่างกับวันแต่งงานอย่างนั้น ฟังแล้วก็กระดากเขินสะเทิ้นอาย(มาก)  เขาต้องยอมรับใช่มั้ยว่านี่เป็นชะตากรรมที่ไม่อาจผลักดัน เขาต้องยอมรับใช่มั้ยว่าคนที่นั่งมองหน้าเขาอยู่นี่มันเป็นคู่หมั้นเขาแล้ว เหอะ! แต่สมน้ำหน้ายัยคุณหญิงนั่นอย่าง ลูกสาวเหม่ยฉีแกไม่มีสิทธิ์แล้วเฟ้ย! อยากพูดจาไม่เข้าหูดีนัก!


“ทำไม...มองทำไม สะใจนักสิ ที่เล่นหนังยาวตบตาฉันได้ แต่ฉันไม่มีทางหมั้นกับแกหรอก รู้ไว้ซะ!


“อ้อ....เหรอครับ แล้วใครกันน้าที่พูดให้ผมฟังในงานประมูลว่า อะไรที่ฉันทุ่มกำลังสุดตัวแล้ว ฉันก็มั่นใจว่ามันคู่ควรกับฉัน แล้วฉันคู่ควรกับมัน หึหึหึ นั่นน่ะ เป็นคำบอกว่าคุณหนูพร้อมที่จะหมั้นกับผมเต็มที่เลยไม่ใช่เหรอครับ....อ้อๆๆ มีอีกๆ เมื่อคืนนี้เอง ที่คุณหนูบอกว่าคุณหนู....”


“เฮ้ยๆ พอแล้วๆๆๆ ไม่ต้องพูด” มือบางยกขึ้นห้ามทันที แต่มือนั้นกลับถูกคว้าไปกุมไว้อย่างถืออภิสิทธิ์ สายตาเว้าวอนส่งมาหาเขาจนรู้สึกหวั่นไหว สัมผัสอบอุ่นอ่อนโยนมันเลื่อนตั้งแต่มือที่ถูกกุมจนเข้าครอบคลุมหัวใจ ทั้งที่คิดว่าพูดอะไรมาก็จะไม่ฟัง ถามอะไรมาก็จะไม่ตอบ กลับกลายเป็นว่าต้องนิ่งและสบตาราวกับถูกดึงดูดเข้าไปหลงในมนตร์อย่างนั้น
นี่ถ้าเขาเป็นผู้หญิงขอบอกเลยว่าวิธีอ้อนสาวของมันฝีมือสูงชั้นอ๋อง


“แล้วผมจะต้องทำยังไง...ต้องรักคุณหนูไปอีกนานแค่ไหน...ต้องรักไปอีกมากเท่าไหร่ คุณหนูถึงจะรับรู้ได้ เรื่องหมั้น เรื่องปักษามุกดาแล้ว สำหรับผมมันเป็นพรหมลิขิตที่ผ่านมาเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้ดูแลคุณหนู.......ได้โปรดหมั้นกับผมเถอะนะครับ คุณหนูฮายาโตะคนดี...”


ไอ้บ้า...พูดออกมาได้ไม่อายปาก...


พูดออกมาได้ว่าฉันไม่รับรู้ ฉันรับรู้จนไม่เป็นตัวของตนเองอีกแล้ว แล้วพูดออกมาจนได้.....คุณหนูฮายาโตะน่ะ!


“ไอ้ปัญญาอ่อนสมองทึบ บอกแล้วไงเฟ้ยว่าอย่าเรียกชื่อน่ะ!


“อ้าว...ทำไมจะเรียกไม่ได้ล่ะครับ เราเป็นคู่หมั้นกันแล้วนะ จะเรียกนามสกุลมันจะดูเหินห่างไปมั้ยครับ...เอ้อ ถ้าคุณหนูกลัวเสียเปรียบ จะเรียกผมว่า ทาเคชิ ก็ได้จะได้แฟร์ๆไง...อืม...หรือว่าถ้าคุณหนูอยากได้เปรียบ จะเรียกสูงไปอีกขั้นว่า     ที่รัก ก็ได้ครับ ผมไม่ถือ...”


โหวววววววววววว ที่รัก! คำนี้ทำใจนานขนาดไหนถึงจะกล้าเรียก สักชาติยังไม่พอเลยมั้ง แล้วทาเคชิน่ะ อย่าหวังเลยว่าจะหลุดออกจากปากของเขา คนอะไรหลงตัวเองขั้นเทพ แถมยังหน้าหนาติดแน่นทนนานไม่หลุดไม่ลอก เคยหนายังไงมันก็หนายังงั้น


“ถ้าเกิดหมั้นกันไป แกรู้จักฉันมากขึ้น แล้วแกไม่รักฉันล่ะ ถึงตอนนั้นจะถอนหมั้นฉันมั้ย” คำถามนี้พร้อมกับใบหน้างามที่เคลือบแคลใจถึงกับทำให้ยามาโมโตะยิ้มกว้าง เขาเอื้อมมือไปลูบผมนิ่มลื่นของอีกฝ่ายเบาๆ


“ไม่มีทางครับ...หน้าที่ของผมต่อไปนี้คือการทำให้คุณหนูฮายาโตะรักผมให้ได้ แล้วก็ไม่ต้องกลัวครับผมไม่ใช่คนทำอะไรแล้วหันหลังกลับ มันจะต้องเพิ่ม...เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับปักษามุกดาที่เก่าแก่เท่าไหร่ หรือผ่านไปสักกี่ร้อยกี่พันปี ความงดงามของมันจะไม่ถดถอยลง แต่จะกลับเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เพราะอย่างนี้มันจึงเป็นสิ่งแทนความรักของเราสองคน”


“ถ้าอย่างนั้นก็...อืม”


“อะไรนะครับ” ยามาโมโตะแสร้งขมวดคิ้ว ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าไปใกล้เหมือนไม่ได้ยิน


“ก็บอกว่า อืม ไง”


“อืม อะไรครับ สมองผมมันไม่เก่งเรื่องตีความนะครับคุณหนู พูดให้ชัดๆซิ” พ่อตัวแสบสมองทึบแกล้งเอามือป้องหูพร้อมรับฟัง ทำเอาคุณหนูโกคุเดระหน้าแดงฉ่า มองซ้ายมองขวาไม่มีใครอยู่ ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปกระซิบเบาๆ เบา...แต่ฟังแล้วซึ้งและเพราะจับใจ


“ฉันก็จะหมั้นกับแกไง...แล้วก็จะพยายามรักให้มากขึ้น ให้สมกับศักดิ์ศรีและเจตนารมย์ของปักษามุกดา”


ยามาโมโตะยิ้มอย่างยินดีแล้วรวบตัวร่างบางมาอยู่ในอ้อมกอด ไม่มีอะไรที่เขาโหยหาไปมากกว่านี้ ไม่มีอะไรที่มีความสุขได้มากกว่าตอนนี้ สัมผัสนี้ที่เขาจะต้องหวงแหนและปกป้องด้วยชีวิต และจะต้องดูแลบ่มเพาะด้วยจิตใจ งานหมั้นของพวกเขาเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีเพียงสิ่งเดียวที่นิ่งรับฟังเป็นสักขีพยาน...



                                    


                                   ปักเอ๋ยปักษา                                         เคล้าเคียงคลอมุกดาไม่ห่างหาย


                                   เปรียบกับรักประจักษ์แจ้งไม่เคลือบคลาย   เป็นดั่งสายที่สลักทอถักใจ


                                   หากแม้นผ่านนานไปชั่วไกลโกฐิ                 ยังรุ่งโรจน์ไม่หมองหมางกระจ่างใส
                             

                                   หากปักษามุกดาคู่อยู่ฉันใด                       ความรักจักเคียงใจฉันนั้นเอย....





ปักษามุกดา/END



มิยะขอเม้าท์


ว่ามั้ยคะว่า....


ฟิคเรื่องนี้มันแหกตาชัดๆ! แหกทั้งนอกเรื่องและในเรื่อง เรื่องนี้ไม่เหมาะสมกับผู้แสวงหาดราม่า เข้าข่ายฟิคที่บวมที่สุดที่ไอ้มิยะเคยแต่ง แล้วนี่ไอ้อินโทรต้นๆ มันหมายความว่ายังไง! สรุปคือ เอามันมาหลอกเท่านั้นล่ะค่ะ แหะๆ //โดนเสยยย 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มอบให้กับพี่สาวคนสวย พี่หวาน Kazahaya เมื่อราวๆสามปีที่แล้ว คือจำได้ว่าปั่นน้ำไหลไฟดับมากด้วยที่ว่ากลัวไม่ทัน การวางพล็อตเรื่องนี้กับคาร์แร็กเตอร์เป็นแนวที่เพิ่งเคยทำเป็นเรื่องแรกจริงๆค่ะ แล้วก็เกิดรักมันเข้าาอย่างจังอ่ะ

ยามะเรื่องนี้สุภาพบุรุษ รวยล้นฟ้า อิทธิพลล้นแผ่นดิน จะเดินจะเหินก็ต้องดูดีไปหมด ซึ่งไม่เคยแต่งยามะให้หล่อเฟี้ยวขนาดนี้มาก่อน พอแต่งดูแล้วหลงรักค่ะ เอ้อ! คิดภาพไปก็ดูดีเหมือนกันนี่นา ก็เลยมาเป็นยามาในฉบับนี้ได้ ส่วนหนูก๊กอันนี้ของแน่ของแท้ จะเรื่องไหนก็ต้องสวยเริ่ด(?) เชิด หยิ่ง เพราะหลงรักก๊กแบบนี้ไปแล้ว หลงรักย่าจีด้วย เลยจับสองคนเขามาร่วมงานกันอีกค่ะ เอาไว้งานหน้าจะลองจิ้นดูว่าถ้าหนูก๊กรับบทยาจกขึ้นมาจะเข้ามั้ย หึหึหึ

ส่วนคู่รองได้วาง 6927 ไว้แต่แรก อยากให้คุณมุได้เป็นเพื่อนยามะ อยู่คู่กันแล้วคงเนียนเพอร์เฟคไร้เทียมทานค่ะ ฮ่า ส่วนหนูก๊กกับสึนะนั้นเวลาแต่งให้อยู่ด้วยกันก็ง่ายกว่าที่จะเป็นคนอื่นค่ะ ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ตัวมิยะเองก็ชอบเขียน ก็เลยได้มาเป็นแบบนี้

ถ้าอ่านเรื่องนี้แล้วยิ้มสักเล็กสักน้อย ไอ้มิยะก็ชื่นใจล่ะค่า ^______^


ขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมเยียนบล็อก เม้นท์ได้เป็นกำลังใจจ้ะ

Miya

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น