หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2557

Fic KHR [8059] My wind...our wind : Chapter8



Fic KHR [8059]
My wind...our wind
Dark Drama  Action
NC-17

คำเตือน : เนื้อหาในเอนทรีนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายหากท่านใดไม่ต้องการรับรู้หรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าต่างนี้ไปค่ะ



Chapter 8  เริ่มต้นใหม่



แสงสีทองของเช้าวันใหม่สาดส่องมาตามแนวม่าน ร่างโปร่งบางเจ้าของเรือนผมสีเงินนั่งอยู่บนเตียงสำรวจร่างกายของตัวเองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตอนนี้สภาพของเขาในความคิดแล้วมันเหมือนได้กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง เชิ้ตขาวสะอาดกับไทค์บางๆสีกรมท่า ข้างนอกเป็นเสื้อกั๊กขนสัตว์ชั้นดี กางเกงสแลคสีน้ำเงินยาวเลยข้อเท้า


มองๆดูแล้ว...


เหมือนพวกคุณชายตามสังคมไฮโซที่ทำอะไรไม่เป็นไม่มีผิด


แน่นอน...มันเทียบกับสูทดำสุดเท่ในฟอร์มของมือขวาไม่ได้แม้แต่นิดเดียว คิดแล้ว มันน่าโมโหชะมัด!!!


แต่ว่าตอนนี้รุ่นที่สิบคงรู้แล้วแหล่ะว่าเราหายไป แต่ก็คงจะไม่รู้ว่าหายไปไหน ถึงแม้จะเป็นคุณรีบอร์นก็เถอะคงจะไม่คิดว่าเราจะถูกนำตัวมาที่นี่ ฮิบาริกับมุคุโร่ถึงรู้ไอ้สองตัวนั่นคงจะเมินเฉยไม่ทำอะไรแน่ๆ ส่วนสามตัวที่ไปทำงานข้างนอกคงจะไม่มีวันมารู้เรื่องอะไรกับชาวบ้านเค้า


ก็ดีแล้ว...จะได้ไม่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งกับฉัน


คิดในแง่นี้ก็ดีไปอีกอย่าง...ถ้าไม่มีคนรู้เรื่องก็ไม่มีคนเจ็บตัว


แต่ตอนนี้ หอบัญชาการของวองโกเล่กำลังอยู่ในอันตราย ถ้ารุ่นที่สิบเป็นอะไรไปล่ะ...จะทำยังไง!


แล้วไหนจะอิตาลีเหนืออีก ทั้งไอ้วัวบ้า ยามาโมโตะ...


โอ๊ย กลุ้มโว้ยยยยย!!!



ก๊อกๆ


“ขออนุญาตครับ” เสียงหน้าประตูเรียกดวงตาสีมรกตให้หันไปมองอย่างหงุดหงิด เวลาเช้าๆแถมยังอยู่ในที่ๆน่าอึดอัดอย่างนี้มันก็น่าโมโหพออยู่แล้ว และไหนจะมีคนมาเคาะประตูกวนอารมณ์ถึงที่


ดีไม่ดีฉันอาจจะชิงบึ้มไอ้คฤหาสน์ซังกะบ๊วยนี่ก่อนก็ได้!


“เออ! เข้ามา”


“ชายามเช้าครับ นายน้อย” พ่อบ้านวัยกลางคนหนึ่งเดินเข็นรถใส่แก้วกระเบื้องใบเล็กๆกับกาน้ำชาสีเงินที่มีควันลอยกรุ่นมาจากพวยกา


“ใครสั่ง ตอนนี้ฉันไม่ได้มาอยู่ที่นี่ในฐานะนายน้อย แต่อยู่ในฐานะตัวประกันคนนึงก็เท่านั้น เลิกเรียกฉันด้วยสรรพนามชวนอ้วกสักทีได้มั้ยฮะ!


“ไม่ได้หรอกครับ” พ่อบ้านส่ายหน้าอย่างไม่เดือดร้อน “ยังไงคุณก็คือนายน้อยของคฤหาสน์นี้อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อน หรือตอนนี้ก็ตาม”


ไม่ว่าเมื่อก่อน...หรือตอนนี้งั้นหรอ


น่าขำ...ควรจะพูดว่า ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้คนที่นี่ก็หลอกลวงฉันทั้งนั้น


ใช่...ตอนนี้ก็ด้วย


“เฮอะ คิดว่าฉันจะเชื่อรึไง” ร่างโปร่งบางสะบัดหน้าหนี แต่พ่อบ้านยังคงยิ้มพร้อมยกกาน้ำชารินลงแก้วกระเบื้อง กลิ่นของชาหอมกรุ่นไปทั่วห้อง เรียกดวงตาสีมรกตให้เหลียวมามองเล็กน้อย กลิ่นชาอ่อนๆผสมกับนม อืม...จะว่าไปเป็นกลิ่นที่คุ้นเคย ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อสิบปีก่อนเลย


เหอะ...เมื่อก่อนฉันต้องมานั่งจิบชาทุกเช้าเลยรึไงฟะ ได้กลิ่นปุ๊บก็เตะจมูกปั๊บ กลิ่นชาชนิดเดียวกัน แบบเดิม ยี่ห้อเดียวกันทุกวัน ทำไมเมื่อก่อนฉันถึงไม่เบื่อเลยก็ไม่รู้


“อัสสัม...” ร่างโปร่งบางเผลอพูดออกมาอย่างเคยชินตามใจนึก ก่อนจะรับแก้วใส่ชาสีนวลมาไว้ในมือบาง ดวงตาสีมรกตมองแก้วชาเหมือนหาอะไรบางอย่าง ก่อนจะวางมันลงกับจานรองตามเดิม ไม่แตะเลยสักนิด “หึ ฉันเข็ดกับยานอนหลับของแฟมิลี่นี้เต็มทน ถ้าโดนมันอีกรอบมีหวังได้สลบไปอีกสามวันเจ็ดวัน ใครเป็นคนคิดขึ้นมาวะ ไอ้ยานั่นน่ะ หัวใสดีชะมัด”


เปล่าหรอก...ก็แค่พูดเอาไว้ก่อนเท่านั้นเอง ความจริงตอนนี้มีคนที่เพิ่งถูกลักพาตัวที่ไหนบ้างจะมีอารมณ์มาจิบชา ถึงแม้ชาอัสสัมในแก้วนั่นจะไม่มีกลิ่นยานอนหลับเลยก็ตาม ร่างโปร่งบางก็ไม่คิดจะแตะมัน


ป้องกันตัวก่อน เป็นอันดีที่สุด


“ไม่มีใครกล้าวางยานอนหลับในแก้วชาใบโปรดของนายน้อยหรอกครับ”


“ก็แค่เมื่อก่อน ตอนนี้มันไม่ใช่!


“ขออนุญาตครับนายน้อย” ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ไม่ทันที่คนที่หนึ่งจะออกไป ก็มีชายฉกรรจ์ชุด สูทอย่างดีเดินเข้ามาในห้องของเขาอีกคน ถ้าจำไม่ผิดหมอนี่คือคนที่ต้องมาสาธยายกิจกรรมของฉันตั้งแต่เช้าจรดเย็นสมัยเด็กๆ


“อีกสิบนาทีขอให้นายน้อยไปพบบอสที่ห้องโถงด้านล่างด้วยครับ ท่านมีเรื่องที่จะคุยกับนายน้อย” คำว่า เรื่องทำให้ดวงตาสีมรกตเบิกโพลง ดีไม่ดีเรื่องทีว่าอาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหอบัญชาการวองโกเล่และที่อิตาลีเหนือก็ได้


เอาสิ! เครียดมาตั้งแต่เช้าแล้ว เอาให้เคลียร์กันไปเลย


ถึงแม้จะเป็นพ่อ แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่มันไม่ควรฉันนี่แหล่ะจะหยุดยั้งเองถึงต่อให้แลกด้วยอะไรก็ตาม ฉันก็พร้อมที่จะสละเพราะมันคือหน้าที่ของฉันเหมือนกัน!



“ไม่ต้องรอ! ฉันไปคุยกับพ่อตอนนี้เลยก็ได้!






ห้องโถงใหญ่


ร่างโปร่งบางเดินลงบันไดมาก็เห็นภาพที่คุ้นตาทุกๆเช้า นั่นคือชายอาวุโสกำลังนั่งจิบกาแฟบนโต๊ะไม้กลมใหญ่ พร้อมกับหนังสือพิมพ์ในมือหนาที่กางจนบังมิดใบหน้า ร่างโปร่งบางทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเงียบๆ


“อรุณสวัสดิ์ ฮายาโตะ” ทักอย่างนี้...เป็นประจำ...เหมือนเดิม ถ้าเขายังคงเป็นเด็กที่ไม่รู้ประสีประสาอะไรเหมือนแต่ก่อนก็คงจะทักกลับไปว่า อรุณสวัสดิ์ครับ คุณพ่อแน่ๆ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว ร่างโปร่งบางทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆตามทิฐิมานะ หรือแค่ตามมารยาทคนที่เคยรู้จัก


แค่เคยรู้จัก...ไม่มีอะไรที่มากว่านั้นเลย


“เป็นยังไงบ้างอัสสัมแก้วโปรด ยังถูกปากอย่างเดิมมั้ย” ชายอาวุโสยกหนังสือพิมพ์ลง ก่อนจะถามลูกชายด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ร่างโปร่งบางกลับทำหน้าเรียบเฉยใส่ ไม่ตอบคำถามแต่กลับมุ่งประเด็นไปที่เรื่องหอบัญชาการวองโกเล่เรื่องเดียว


“อย่าอ้อมค้อมเลยครับ ผมต้องการตกลงกับพ่อเรื่องเมื่อวานนี้” คำเอ่ยเรียบๆที่เหมือนขวานผ่าซากทำให้ผู้เป็นพ่อต้องวางแก้วกาแฟ ดวงตาของผู้มีอำนาจแสดงถึงความไม่ค่อยพอใจ แต่ในใจจริงๆก็ชื่นชมความกล้าอยู่เล็กๆ


โตขึ้นเยอะนี่...คำพูดโอหังแบบนี้ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของเด็กคนนี้เลย...ผลพลอยได้จาการเป็นมือขวาของวองโกเล่หรือไร


ชายอาวุโสคลี่ยิ้มอีกครั้ง เหมือนไม่ทุกข์ร้อน “มีอะไรที่แกข้องใจรึ”


“มี!” ร่างโปร่งบางสวนโดยไม่ลังเล “ความจริงมันมีเยอะจนผมคิดว่าจะถามพ่อไม่หมดไม่สิ้น ถ้าอย่างนั้นจะเอาคำถามพื้นฐานของคนที่เป็นเหยื่อโดนลักพาตัวทั่วไปเลยละกันนะครับ”


“....!.....” ชายอาวุโสถึงกับเงียบ เขาไม่คิดว่าจะได้ฟังคำพูดประชดถากถางขนาดนี้เลย แน่นอน ไม่ใช่แต่คนฟังคนเดียวที่แปลกใจ แต่คนพูดอย่างร่างโปร่งบางก็ไม่คิดว่าปากมันจะไปได้ถึงขนาดนี้


“พ่อพาผมมาที่นี่ทำไม”


“...”


“ในเมื่อแกไม่อ้อมค้อม พ่อก็ไม่จำเป็นต้องอ้างอะไรอีก... แกรู้ใช่มั้ยว่าในแต่ละแฟมิลี่ต้องมีการเปลี่ยนบอสไปเรื่อยๆ แต่จะเปลี่ยนเมื่อใดนั้นต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมที่จะวางมือของบอสคนก่อน และต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของสมาชิกที่จะยินดีรับใช้บอสคนใหม่มากแค่ไหน...”


“...” คิ้วโก่งขมวดเข้าหากัน ไม่ใช่เพราะไม่รู้ในสิ่งที่พูด แต่ไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่คนตรงหน้าพยายามสื่อซะมากกว่า


จะเปลี่ยนบอสแฟมิลี่...เรื่องใหญ่ดีนิ...แล้วเกี่ยวอะไรกับฉันฟะ


“และตอนนี้แฟมิลี่ของเราก็ถึงคราวที่ต้องเป็นเช่นนั้น”


“เกี่ยวอะไรกับผมด้วย!” ร่างโปร่งบางชักสีหน้า “ตอนนี้ผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคฤหาสน์หลังนี้ทั้งนั้น พ่อจะทำอะไรมันเป็นเรื่องของพ่อ ผมไม่มีสิทธิ์เข้าไปเกี่ยวข้องไม่ใช่หรอครับ”


“มันจะใช่ ถ้าแกไม่ได้เป็นทายาทผู้ชายคนเดียวในคฤหาสน์นี้” ชายอาวุโสยังคงเถียง แต่คราวนี้มันทำให้ลูกชายปากเก่งถึงกับเงียบสนิท กลายเป็นว่าถลึงตาเหมือนกับตกใจอะไรบางอย่างขึ้นมาแทน


“พ่อคงไม่ได้หมายความว่า...”


“อย่างที่แกคิดนั่นแหล่ะ อีกไม่นานนะฮายาโตะ แกจะต้องกลายเป็นบอสของฟิลบาโลเน่แฟมิลี” ไม่ทันที่จะได้พูดต่อ ไม่ทันที่จะได้ตั้งตัว ไม่ทันที่จะได้หายใจ สติสัมปชัญญะของร่างโปร่งบางแทบลอยออกจากร่าง


ไม่สิ! ต้องพูดว่า วิญญาณจะหลุดเลยต่างหาก


บอสแฟมิลี่...ฉันเนี่ยนะ!!!


“ไม่!!! ยังไงก็ ไม่ เด็ดขาด! ผมคือหนึ่งในสมาชิกของวองโกเล่แฟมิลีรุ่นที่สิบ ต่อให้ตาย ผมก็ไม่ทรยศรุ่นที่สิบมาอยู่แฟมิลี่อื่นเด็ดขาด” ร่างโปร่งบางพูดด้วยเสียงดังฟังชัดไม่สั่นไหว ความรู้สึกจงรักภักดีและความผูกพันถูกบรรจุลงในคำทุกประโยคทุกวลีที่เอื้อนเอ่ยจนกลายเป็นคำพูดที่ชวนน่าขนลุก


แต่ไม่ใช่กับชายอาวุโสคนนี้...ไม่ใช่


“แต่แกเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อ ดังนั้นมีแต่แกเท่านั้นที่เหมาะสมกว่าใคร!” เหมาะสมกว่าใคร?...คำๆนี้หลุดออกจากปากพ่อได้ยังไง แถมยังจะทำหน้าเหมือนภูมิใจซะเหลือเกิน...


เหอะ...ลืมอะไรไปรึเปล่า


“ฮะๆ งั้นหรอครับ” ร่างโปร่งบางแค่นหัวเราะอย่างสมเพช “ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยินว่าคำว่า ลูก จากปากพ่ออีก ผมมันก็แค่ลูกที่เกิดจากสิ่งต้องห้าม ไม่ควรที่จะได้รับการเอ็นดูสงสารอะไรทั้งนั้น ยิ่งขึ้นเป็นบอสคนต่อไปยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ผมว่าพ่อเตรียมคิดใหม่เถอะครับ แล้วรีบๆถอนระเบิดขี้นกนั่นออกจากหอวองโกเล่และอิตาลีเหนือให้หมดทุกลูก ถ้าไม่อย่างนั้นคฤหาสน์หลังนี้อาจจะมีระเบิดฝังไม่ต่างจากที่วองโกเล่”


“ฮายาโตะ...”


“ผมพูดจริง ทำจริงด้วย ช่วยไม่ได้ ชามาลอาจจะบอกพ่อหรือไม่บอกผมก็ไม่รู้ แต่ไอ้หมอบ้าผู้หญิงนั่นเป็นคนสอนให้ผมใช้ระเบิดจนกลายเป็นอาวุธประจำตัวมาถึงเดี๋ยวนี้ ในร่างกายผมซุกซ่อนระเบิดเอาไว้ทุกที่ มันไม่ใช่เรื่องยากถ้าภายในไม่ถึงสิบนาทีจะมีระเบิดรอบๆคฤหาสน์"”ดวงตาสีมรกตประกายวาววับมือเรียวบางล้วงเข้าไปในเสื้อกั๊กขนสัตว์แล้วโชว์ไดนาไมต์แท่งพอดีมือให้ชายอาวุโสดู โชคดีที่ในชุดสูทของเขามีไดนาไมต์ติดอยู่จำนวนหนึ่ง ก่อนที่พ่อบ้านจะเอาไปซักแล้วส่งชุดซังกะบ๊วยนี่ให้เขาแทน เขาก็แอบเก็บมันมาจนหมด


ชายอาวุโสเหลือบตามองไดนาไมต์ในมือลูกชายไม่นานก่อนจะส่ายหน้า “ขอโทษด้วย พ่อคงไปถอนระเบิดจากวองโกเล่ไม่ได้!


“ผมก็คงขึ้นเป็นบอสไม่ได้! แต่ว่าผมมีหน้าที่ของผมอีกหนึ่ง นั่นคือการปกป้องรุ่นที่สิบด้วยชีวิต ถึงพ่อจะไม่ถอนระเบิดนั่น แต่ผมขอสัญญาว่า รุ่นที่สิบจะไม่เป็นอะไรเลย แม้แต่รอยแมวข่วน!


“ทำได้อย่างนั้นรึ”ไม่ใช่คำถามกวนประสาทแต่อย่างใด...แต่เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบจริงๆ ร่างโปร่งบางลุกพรืดขึ้นจากเก้าอี้ ไม่มีอะไรที่มั่นใจเกินกว่านี้อีกแล้ว



“แน่นอนครับ ต่อให้ผมต้องเป็นลูกอกตัญญู ผมก็ต้องทำตามหน้าที่ของผม และจะทำให้สำเร็จด้วย!!!







ศูนย์วองโกเล่ อิตาลีเหนือ


“นี่ แรมโบ้...”


“...”


“แรมโบ้!


“...”


“แรมโบ้!!!


“อ่ะ หา ครับ คุณยามาโมโตะ!” ผู้พิทักษ์อัสนีหันขวับไปหาต้นทางของเสียงที่เรียกเขาตั้งหลายครั้ง แต่ไม่รู้ทำไมเพิ่งได้ยินครั้งล่าสุดเนี่ยแหล่ะ ผู้พิทักษ์รุ่นพี่ขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมกับวางแก้วนมไว้ขวามือ แล้วลากเก้าอี้ข้างๆ มานั่ง
“หมู่นี้ดูนายเหม่อบ่อยจัง มีอะไรในใจรึเปล่า


เหม่อ...ก็น่าจะจริง ตามที่เดาเป๊ะเลย ก็หลังจากรับปากกับนภาแห่งวองโกเล่แล้ว ว่าจะปิดเรื่องนั้นไว้เป็นความลับ เขาก็พยายามทำตัวให้ปกติที่สุดแล้วนะ แต่จะแก้ไม่ได้ตรงต้องคอยคิดถึงวิธีเบี่ยงเบนกับผู้พิทักษ์รุ่นพี่เนี่ยแหล่ะ จนกลายเป็นว่าเหม่อบ่อยจนลืมตัว


ไม่แปลก...ก็คนตัวสูงนี่ดันพูดถึงร่างโปร่งบางเจ้าของปัญหาแทบทุกชั่วโมง คนที่มันต้องแบกความจริงที่น่าตกใจไว้เต็มอกก็ต้องกลัวบ้างเป็นธรรมดา


ไม่ใช่ว่ากลัวบ้าง...แต่กลัวสุด ๆ!


“ไม่มีนี่ครับ” เด็กหนุ่มส่ายหัวรัว “ผม...เอ่อ..ก็แค่คิดถึงหอใหญ่นิดหน่อย”


“ฮะฮะฮะ ก็นายไม่เคยออกนอกพื้นที่นี่นะ จะคิดถึงมันเรื่องธรรมดา” พิรุณยิ้มแป้น มือหนาๆโคลงหัวเด็กหนุ่มอย่างเอ็นดู พลันดวงตาของรุ่นพี่ก็ดันเหลือบไปเห็นรอยคล้ำๆ ตรงฐานดวงตาของอีกฝ่าย


“เมื่อคืนนายไม่ได้นอนหรอ”


“หา! อะ เอ่อ ไม่ใช่ครับ ปกติดี พอดีว่าผมชอบลุกขึ้นมาเขียนรายงานตอนดึกๆ เลยคงจะนอนไม่เต็มอิ่ม”เด็กหนุ่มยิ้มแห้งๆให้พิรุณ หัวใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ ไม่ทันไรเลยก็เกือบจะคอขาดด้วยคำถามซะแล้ว จะให้รู้ได้ไงว่าเมื่อคืนเขาตื่นมาเพื่อเปิดโน้ตบุ๊คเข้าประชุม


พิรุณมองหน้าเด็กหนุ่มนิ่งๆ ก่อนจะฉีกยิ้มบางๆ “งั้นหรอ...ก็ดีแล้วล่ะ นึกว่านอนไม่หลับซะอีก แต่ถ้านายมีอะไร นายต้องบอกฉันนะ ฉันไม่อยากโดนโกคุเดระกระทืบตายน่ะ ฮะๆๆ”


สักวันผมต้องสำลักน้ำลายตัวเองตายแน่ๆ คุณโกคุเดระอีกแล้ววววววววววว


“คุณโกคุเดระหรอครับ”


“อา... ใช่ หมอนั่นย้ำฉันมาอย่างดีว่าให้ดูแลนาย เพราะอย่างนั้นไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรต้องเล่าให้ฉันฟัง เข้าใจมั้ย”


“...”


มีอะไรต้องเล่าให้ฟัง... ในใจจริงของผู้พิทักษ์อัสนีอยากไม่ขอสัญญาใจจะขาด แต่ดูดวงตาของคนที่อยู่ข้างหน้านี่สิ มุ่งมั่นทำตามสัญญาเหลือเกิน


บังคับอีกต่างหาก...


“ครับ...เข้าใจแล้ว...”


ฮะๆๆๆ ดีมาก ผู้พิทักษ์พิรุณหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีในขณะที่คนอายุน้อยกว่า ยิ้มแห้งๆกลับไป


คุณเป็นคนใจดีนะครับ คุณยามาโมโตะ ตั้งแต่สมัยที่ผมเป็นเด็กๆแล้ว...ถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่อยากปิดบังคุณเลย...


แต่ครั้งนี้มันเป็นสัญญาที่ผมให้ไว้กับผู้ที่มีพระคุณที่สุดคนหนึ่งของผมอย่างวองโกเล่...


เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีเขียวยกแก้วนมขึ้นมาจิบ ยามใดที่ของเหลวสีขาวขุ่นนี้ไหลผ่านช่องปากทีไร ก็คิดถึงความอบอุ่นที่ครอบครัวๆหนึ่งเคยมอบให้เมื่อในอดีตทุกที...


เพราะฉะนั้น...ผมคงจะบอก เรื่องนั้นกับคุณไม่ได้...


ผมผิดสัญญาแล้วล่ะครับ...ยกโทษให้ผมด้วย




แต่ขอแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว... คุณยามาโมโตะจะต้องไม่รู้เรื่องนี้เด็ดขาดครับ!!





TBC...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น