หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2557

Fic KHR [8059] My wind...our wind : Chapter11



Fic KHR [8059]
My wind...our wind
Dark Drama  Action
NC-17

คำเตือน : เนื้อหาในเอนทรีนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายหากท่านใดไม่ต้องการรับรู้หรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าต่างนี้ไปค่ะ



Chapter 11 กำลังสมทบ...?



ปราสาทวาเรีย


“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!! ช่วยด้วย! ผีหลอก!!” เสียงดังสิบแปดหลอดของกระเทยร่างสูงคนเดียวของปราสาทวาเรียดังไปทั่วทุกมุมตึก เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเสิร์ฟกาแฟให้กับใครบางคนในห้องทำงาน ใช่...ห้องของผู้บัญชาการใหญ่ของวาเรีย ร่างโปร่งสูงในผมสีเงินยาวกระเซอะกระเซิงไม่เป็นทาง ใต้ดวงตาสีน้ำแข็งมีฐานรองเป็นสีคล้ำ ไหนจะผิวขาวซีดเหมือนเลือดไม่เลี้ยงกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะง่วนกับการหาอะไรไม่รู้ ดีไม่ดีผมยาวๆนั่นจะย้อยมาปิดหน้าอีกต่างหาก...


ใครๆก็ไม่คิดว่าเป็นคนหรอก...


“จะแหกปากทำไมวะลุซซูเรีย หนวกหูโว้ยยยย!!!” คนที่ถูกหาว่าเป็นผีทำการ  แหกปากกลับ กระเทยร่างสูงค้อนใส่ด้วยท่าทีจริตจะก้าน ก่อนจะวางเครื่องดื่มยามเช้าให้กับ เอ่อ...คนที่เหมือนวิญญาณจะหลุด


“สคลอลลี่ทำไมมีสภาพงี้ล่ะ เมื่อคืนอดนอนรึไงน่ะ!


“เออ!” 


ว่าแล้วเชียว...


มันน่าเอาไปฟ้องบอสนัก ถ้าไม่สบายล่ะก็บอสเอาตายแน่เลย ไม่ใช่อะไรหรอก สควอลลี่ไม่สบายใครจะทำงานล่ะ บอสเขาชอบอ้างยังงี้อยู่เรื่อย


“แล้วทำอะไรอยู่ล่ะ” ลุซซูเรียชะโงกหน้ามามองหนังสือที่ร่างโปร่งกำลังดูอย่างเอาเป็นเอาตาย ดูๆแล้วมันคือหนังสือที่เกี่ยวกับภาษาโบราณที่มีรูปภาพแทนตัวอักษรเหมือนอักษรอียิปต์สมัยฟาโรห์ยังไงยังงั้น แล้วข้างหน้าคือเครื่องคอมที่เปิดทิ้งไว้เป็นหน้ากระดาษสีขาวคล้ายๆจดหมาย แต่แค่ไม่มีอะไรเขียนไว้นอกจากรูปภาพเรียงต่อกันเป็นพรืด


ก็เมื่อคืนมีเมลล์ส่งมาหาเครื่องฉันน่ะสิฟะ! ภาษาบ้าอะไรไม่รู้เรื่องเลย เช็คไอดีเครื่องแล้วก็ไม่รู้จัก คนส่งมันมุดหัวอยู่หลืบไหนก็ไม่รู้!” ฉลามคลั่งแห่งวาเรียโวยวายใหญ่โตพร้อมทึ้งผมยาวๆของตัวเองให้ยุ่งเข้าไปใหญ่ เขาหาความหมายของไอ้ภาษานี่มาตลอดคืน พจนานุกรมโบราณเล่มหนาทั้งหลายแหล่ถูกโยนทิ้งระเนระนาดไว้ใต้โต๊ะทีละเล่มสองเล่ม


“สควอลลี่ก็เว่อร์เกินไปนะเจ๊ว่า” กระเทยร่างสูงขมวดคิ้วพร้อมยังปัดมือไปมาด้วยท่าทีตุ้งติ้ง “ทำไมไม่เอาไปให้บอสดูล่ะ  เจ๊ว่านะ ถ้าเป็นบอสเรื่องแค่นี้มันสบายๆ ชิลล์ๆ”


“ชิลล์บ้านแกเด้ะ!!! มันได้เตะฉันออกจากห้องข้อหารบกวนมันนอนน่ะสิโว้ยยยยยย!!!” การนอนคือสิ่งสำคัญที่สุดของบอสแห่งวาเรีย ใครก็ไม่กล้าจะไปยุ่มย่าม สำหรับคนอื่นอาจจะกลัวโดนเผา แต่สำหรับผู้บัญชาการใหญ่คนนี้รู้สึกรำคาญซะมากกว่า


แต่ถ้างั้นก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรนะยะ ถ้ามันเป็นอันตรายต่อพวกเราก็ซวยตายเลย


มันก็จริง...


แต่ถ้ามาก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร หน่วยลอบสังหารของวองโกเล่ที่ไม่เคยจะทำตามคำสั่งของกองกลางว่างงานมามากแล้วเหมือนกัน แต่ละคนคันมือคันไม้อยากฆ่าคนใจจะขาด


แล้วเมื่อกี้ที่แกเอากาแฟไปให้มัน มันตื่นรึยังล่ะฉลามคลั่งหันไปถามเพื่อความแน่ใจเพื่อว่าจะไม่เกรียมกลับมา
ตื่นแล้ว สควอลลี่คิดว่าบอสจะนอนตอนกลางคืนหรอ เห็นมานอนตอนกลางวันตอนเรายุ่งๆนะแหล่ะ


เออ..ใช่ เป็นงี้แมร่งทุกที


แต่... ไม่ลองมันจะไปรู้อะไร







ไร้...สา...ระ สามพยางค์เน้นชัดเจนเมื่อฉลามคลั่งปริ้นเอาจดหมายที่เรียกว่าประหลาดๆมาให้บอสแห่งวาเรียดู ดวงตาเสียงโกเมนเบือนหนีทันทีเมื่อกลอกตามจดหมายได้สามวิ แถมยังอ้าปากหาวหวอดๆอีกต่างหาก
กระตุกเหงือกฉลามอย่างรุนแรง


ไอ้บอสเวรเอ๊ยยยยยยย!!!! อย่ามาเมินได้มั้ยวะ ไอ้นี่ฉันแปลตลอดคืนเลยนะโว้ยบอสแห่งวาเรียเงยหน้ามาตามเสียงโวยวายก่อนจะถามคำถามแทงใจคนที่แปลทั้งคืน


แล้วไอ้สวะอย่างแกแปลได้เรื่องรึเปล่าล่ะวะ


เอ่อ... ไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่ว่าไม่ได้


หึ ขยำทิ้งไปซะ มีอยู่ก็ใช่จะมีประโยชน์อะไรเจ้าของดวงตาสีแดงฉานยังคงไม่รู้สึกอะไรเช่นเดิมพร้อมยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ


มันช่างเป็นคำสั่งที่ฉลามคลั่งแห่งวาเรียสมควรจะน้อมรับใส่เกล้ามากๆถ้าไม่ติดว่ามันออกจะกวนประสาทและมักง่ายไปหน่อย


อย่ามาพูดอะไรชวนน่าสับงั้นสิโว้ย!”


ก่อนดาบแกจะมาระคายผิวฉัน ฉันคงเผาแกก่อน


แล้วแกจะเอายังไง ถ้าไม่ตอบฉันกุดหัวแกแน่ๆ สาบานได้


ก็แค่ทิ้งมันไป หรือถ้าแกอาลัยอาวรณ์อยากจะรู้ความหมายมันนักก็ไม่ยาก บอสแห่งวาเรียเว้นช่วงหายใจไปนิดหน่อยก่อนจะแค่นยิ้มแล้วมองหน้าฉลามคลั่งแห่งวาเรียอย่างท้าทาย ก็แบกหน้าไปหาไอ้แมลงสวะ ซาวาดะ สึนะโยชิซะสิ” 


ดวงตาสีน้ำแข็งเบิกโพลงทันทีที่จบประโยคปากอ้ากว้างเตรียมอุทานออกมาไม่เป็นภาษา และแน่นอนว่า มันต้องดังสุดๆ


หา!!!!!!!!! ให้ฉันไปหาไอ้หนูรุ่นที่สิบนั่นเรอะ เหอะ ล้อเล่นรึเปล่าวะ


พรึ่บ!


ลูกไฟสีส้มดวงย่อมๆจุดขึ้นในฝ่ามือของบอสแห่งวาเรีย เป็นเชิงบอกว่าเขาไม่ได้ล้อคนตรงหน้าเล่นอย่างแน่นอน ฉลามคลั่งปัดผมสีเงินไปข้างหลังก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างฝืดๆ


มันไม่จำเป็นโว้ย นี่ไอ้บอส แกฟังฉันนะ ให้ไปขอความช่วยเหลือไอ้พวกนั้น ฉันยอมแพ้ดาบไอ้หนูดาบญี่ปุ่นดีกว่าว่ะ มีหน้ากว่าเยอะ อีกอย่างขนาดฉันยังไม่รู้เรื่อง ไอ้พวกนั้นมันจะไปรู้อะไร” ตามที่พูดเลย ใครมันจะอยากไปขอความช่วยเหลือจากเด็ก ยิ่งเป็นเด็กที่เจ้าตัวคิดว่าเปรตๆด้วยแล้ว ศักดิ์ศรีมันกินได้ในหมู่ของหน่วยลอบสังหารนี่จริงๆ


งั้นแกก็ไม่รู้เรื่อง อีกอย่างตอนนี้ฉันง่วง ออกไปซะก่อนที่ฉันจะเผาแก


ไอ้บอสเว..


ออกไปซะ!!!”


อะ เออๆๆ ฉลามคลั่งเบะปากแช่งคนตรงหน้าอย่างแค้นใจ คิดว่าถ้าเมื่อไหร่เขาสามารถฆ่าไอ้บอสกร่างนี่ได้ จะมานั่งเก้าอี้ตัวนี้แทนมันซะ หลังจากออกมาจากห้องแล้ว มือบางหยาบกร้านจากการจับดาบยกกระดาษขึ้นมาดูอีกครั้ง


ตกลงตูต้องไปใช่มั้ยวะ...


ไม่ได้อยากไปนะโว้ย แต่ถ้าเรื่องมันมาถึงที่นี่แล้วมันจะยุ่ง ถึงแม้ว่าดูๆแล้วไม่น่าจะมีอะไรก็เหอะ ยิ่งตอนนี้ไอ้เบลไม่อยู่ได้พักเรื่องหาคนให้มันฆ่าไปหยกๆ


ตกลงว่าไป...



บัดซบเอ๊ย!!”







คฤหาสน์วองโกเล่แฟมิลี่


รุ่นที่สิบครับ ผมมาเอาเอกสารครับ


อ่า...เอาไปเลย เสร็จพอดี นภาแห่งวองโกเล่ยื่นแฟ้มให้พร้อมส่งยิ้ม จะว่าไปเขาคงจะยิ้มกว้างกว่านี้ถ้าคนที่มารับเป็น  มือขวาเจ้าของเรือนผมสีเงิน และคงจะทักเพิ่มด้วยว่าอรุณสวัสดิ์แน่ๆ


แต่นี่มันไม่ใช่...


ตอนแรกๆนภาก็เผลอพูดไปเหมือนกันตามความเคยชิน เผลอเห็นหน้าคนทีมารับหน้าที่แทนเป็นสายลมคนเดิมบ่อยครั้ง และบางทีก็เผลอเรียกชื่อเลยก็มี


โกคุเดระคุง ตอนนี้นายจะเป็นไงบ้างนะ ตามหาที่อยู่ของนายมันยากเหลือเกิน ฉันก็แค่หวังว่านายจะปลอดภัยอยู่แค่นั้น  



แค่นั้นจริงๆ



ตอนนี้เรื่องให้สืบที่ของโกคุเดระคุงเป็นยังไงบ้าง


เอ่อ ตอนนี้เรายังไม่ได้เบาะแสที่ชัดเจนของฟิลบาโลเน่ เมื่อก่อนแก๊งค์นี้มีอิทธิพลพอสมควรก็จริง แต่ตอนนี้กลับเงียบหายไปแล้วล่ะครับ คิดว่าต้องไปเที่ยวตระเวนหาแก๊งค์ที่มีฟิลบาโลเน่เป็นพันธมิตรถึงจะทราบที่อยู่อย่างแน่ชัดครับ


งั้นหรอ...” รายงานแบบนี้มาตลอด...


กระจายกำลังเพิ่มเป็นสองเท่า ผมให้เวลาอีกสองวัน ต้องได้เรื่องมากกว่านี้...


ครับ รุ่นที่สิบ ชายฉกรรจ์โค้งงามๆหนึ่งทีก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกไปจากห้อง นภาแห่งวองโกเล่ยอมรับเลยว่าเมื่อกี้ที่สั่งไปเพราะอารมณ์ล้วนๆ เขาเพิ่งได้เห็นว่าวองโกเล่ทำงานได้ล่าช้าก็ตอนนี้...


หรือว่า...เป็นนภาเองที่ใจร้อน...


ทำไมนะ ทำไมถึงมีสิ่งที่วองโกเล่ทำไม่ได้ ทำไมฉันต้องได้คำตอบแบบนี้ทุกครั้งด้วย ไม่มีความหวังเลยหรอ... หลังจากเมื่อคืน มุคุโร่ก็ขอตัวหายไปซักพักบอกว่าจะไปหาเบาะแส คุณฮิบาริก็หายไปตั้งแต่เมื่อวาน ที่ฐานทัพก็ไม่อยู่ ส่วนเจ้ารีบอร์น มีมันก็เหมือนไม่มีนั่นแหล่ะ


ตกลงฉันเหลือใครบ้าง...ถึงจะพูดว่าไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว แต่ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกว่ามีคนยืนข้างๆเลย...


โดดเดี่ยว...



ไอ้หนูรุ่นที่สิบ!!!!  มุดกะโหลกอยู่ที่ไหนของแกฟะ!!!!!” เสียงดังสนั่นจากข้างล่างทำให้นภาแห่งวองโกเล่ลุกผึงขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาสีน้ำตาลที่สลึมสลืออยู่ตื่นทันทีเหมือนเอาน้ำมาราด เพราะเสียงขนาดนี้ไม่บอกก็รู้ว่าใคร


สควอโล่มาหรอ!!!!


ตึงๆๆๆๆๆๆ


สควอโล่!” นภาแห่งวองโกเล่ถลาลงบันได แขกที่ยืนจังก้าอยู่หน้า ประตูไม่ใช่ใครที่ไหนไกลแต่เป็นผู้บัญชาการร่างโปร่งบางผมยาวสยายสีเงินมือซ้ายยังคงมีดาบคู่ใจเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนข้างๆจะมีเด็กผู้ชายร่างเล็กผมสีเขียวน้ำทะเลที่ใส่หมวกหัวกบใหญ่ๆทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ด้วย


มาได้ยังไงน่ะครับ


ขี่ฉลามมา...” เอ่อ..ช่างเป็นการเดินทางที่สมกับเป็นสควอลโล่จริงๆ


แล้ว... นภาแห่งวองโกเล่เหลือบสายตามองเด็กชายอีกคนเป็นเชิงถาม แต่ไม่ทันจะพูดอะไรต่อฉลามคลั่งก็ชิงตอบทันที


ส่วนไอ้กบนี่ ไอ้บอสมันให้มาช่วย วันๆกินนอนอยู่ในปราสาท ไอ้เบลไม่อยู่ ไอ้บ้านี่ก็ไม่ยอมไปไหนเลย ไอ้ซาซางาวะอีกคน มันฝากมาขอโทษแก เพราะต้องอยู่ปั่นงานให้แซนซัสเลยมาไม่ได้ฉลามคลั่งอธิบายเพิ่มเติม แต่นภาแห่งวองโกเล่ไม่ได้สนใจเรื่องที่ผู้พพิทักษ์อรุณมาไม่ได้แต่อย่างใด แต่สนใจเรื่องที่จะให้ ช่วย มากกว่า


ช่วย? ช่วยอะไรหรอครับ ฉลามคลั่งชูกระดาษขึ้นแทนคำตอบ นภาแห่งวองโกเล่มุ่นคิ้วแล้วกลอกสายตาไปมาอยู่หลายรอบ แต่ที่เห็นคือรูปภาพประหลาดๆเหมือนโค้ดลับเรียงกันเท่านั้น


นี่มัน...อะไรกันครับ


ก็ไม่รู้สิครับ... เด็กหนุ่มผมน้ำทะเลตอบเสียงเนือย แต่มันเป็นสิ่งที่โชคร้ายสำหรับผมพอดู ทำไมผมต้องแหกตาจากนอนกลางวันมาเป็นเพื่อนผบ. ด้วยนะ


เงียบไปเลยไอ้กบ!!” ฉลามคลั่งตวาดเสียงแหลมก่อนจะหันไปมองหน้านภาแห่งวองโกเล่อีกครั้ง ตกลงว่าแกไม่รู้จักมันเรอะ


เอ่อ...ขอดูใกล้ๆหน่อยนะครับ นภาแห่งวองโกเล่รับกระดาษมาก่อนจะพินิจพิจารณาอย่างละเอียด รูปแต่ละรูปเหมือนกับแทนเป็นตัวอักษร



คุ้น...เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย...



ที่ไหนนะ...




อ๋อ อักษรจีน่ะครับ


ตอนนั้นดูเหมือนว่าเราจะไม่ค่อยได้สนใจอะไรเลย เพราะกำลังช็อคหลายๆเรื่องที่ต้องเจอ แต่สิ่งที่พอเป็นเบาะแสก็เห็นจะมีแต่กระดาษสี่ห้าแผ่นในมือโกคุเดระคุง ที่เป็น...อักษรจี


อักษรจีหรอ


อักษรโกคุเดระน่ะครับ ผมคิดค้นมันในชั่วโมงเรียนตอนอยู่ปีหนึ่ง



อา...ใช่แล้ว!!!!


อักษรจีของโกคุเดระคุงนี่นา!!!


สะ สควอลโล่นายได้มันมายังไงน่ะ!” นภาละล่ำละลักถามสีหน้าตื่นสุดๆ เมื่อมั่นใจแล้วว่าสิ่งที่อยู่บนกระดาษเป็นอักษรจีของมือขวาไม่ผิดแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะเป็นเบาะแสที่มือขวาแอบส่งมาก็ได้!


มันมาอยู่ในเมลล์ฉันน่ะสิโว้ย! ตกลงว่าแกรู้จักหรือไม่รู้จักมันก็แน่วะ!!!”


รู้จักครับ! รู้จัก! มันเป็นอักษรที่โกคุเดระคุงคิดค้นขึ้นมาเองน่ะครับ ถ้ายังไงมันคงจะเป็นข้อมูลที่โกคุเดระคุงแอบส่งมาให้พวกเราก็ได้นะครับ


หือ?...ไอ้หนูไดนาไมต์มันส่งมาเรอะ จะว่าไปมันหายไปนี่หว่า แล้วแกจะนั่งแกะไอ้อักษรเวรนี่สินะ งั้นฉันกับไอ้กบขอบายละกันว่ะ!!!” อ่ะ...ทำ.. ทำไมละครับ อุตส่าห์ใจชื้นว่ามีกำลังสมทบแล้วนะ


โฮะ เสียใจครับคุณผบ.ผมยาว เด็กหนุ่มหมวกกบขัดทันที ริมฝีปากยกนิดๆเหมือนยิ้มเยาะ บอสบอกว่าคืนนี้ห้ามผบ. กลับปราสาทจนกว่าจะไขจดหมายเสร็จน่ะครับ


หา!!!!!!!!!!!!! อยู่เรอะ!!!!”


ตกลงว่าอยู่ละกันนะครับ จะได้ช่วยกันไขด้วย เดี๋ยวผมจะโทรไปตามทุกๆคนนะครับว่าตอนนี้เราได้เบาะแสของโกคุเดระแล้ว นภาแห่งวองโกเล่รีบตัดบทแล้ววิ่งขึ้นบันไดด้วยท่าทีที่ยินดีทีสุด นภาแห่งวองโกเล่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนมากำลังเลือนหาย นภาที่มืดครึ้มกำลังจะเปิดรับความสดใส ถึงแม้ผู้บัญชาการแห่งวาเรียจะร้องโวยวายตามหลังมาเสียงดังสนั่นตึกจะถล่ม แต่นภาไม่ได้ยินเลยแม้แต่นิดเดียว



มันคือความหวัง...ความหวังแรกที่จะได้สายลมคืนมา



จะเป็นไปได้รึเปล่านะ...



ได้โปรดเถอะ...จะเป็นอะไรก็ได้...ตอนนี้ต่อให้ฉันพึ่งในปาฏิหาริย์ ฉันก็ไม่คิดว่ามันงี่เง่า...



ได้โปรด...







อิตาลีเหนือ ห้องพักของผู้พิทักษ์อัสนี


กริ๊งงงงงงงงง.....งงงงงงงงงงง


สวัสดีครับ...


แรมโบ้หรอ นี่ฉันเองนะ ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกนาย น้ำเสียงกระตือรือร้นยังไม่ทันจะทักทายของนภาทำให้เด็กหนุ่มผมสีดำประหลาดใจไม่น้อย เพราะหลายวันมานี่ไม่มีใครติดต่อมาเลย


แน่นอนว่า...เขายังคงปิดเรื่องนั้นไว้อย่างมิดชิดตามสัญญา


เรื่องอะไรหรอครับ


เราได้เบาะแสของโกคุเดระคุงแล้ว!!!’ สิ้นสุดข่าว ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างทันที ไม่คิดว่าจะได้ยินข่าวที่ไม่น่าเชื่อแบบนี้..
นับเป็นข่าวดี...ดีมากจริงๆ!!!


หา!!!!!!!!!!! จริงหรอครับวองโกเล่!!!!”


จริงสิ เขาส่งข้อความมาน่ะ ตอนนี้ทุกคนอยู่ที่หอใหญ่นะ เดี๋ยววางสายแรมโบ้ช่วยต่อสายเข้าประชุมด้วย


อ่า...เข้าใจแล้วครับเด็กหนุ่มรับคำก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ไปเปิดคอมทันที รายงานเป็นปึกโดนวางทิ้งไว้ที่เดิม ส่วนปากกาโดนโยนทิ้งกลิ้งหลุนๆไปอยู่ใต้โต๊ะเรียบร้อย


แล้วเจอกันนะ อืม...แล้วที่สัญญาไว้นภาแห่งวองโกเล่พูดเสียงเบาลงกว่าเดิมมาก ซึ่งไม่บอกก็รู้ว่าอะไร ผู้พิทักษ์อัสนียิ้มออกมาบางๆเหมือนเข้าใจก่อนจะตอบรับด้วยเสียงเบากว่าเดิมเช่นกัน


ครับ...ไม่ต้องห่วงนะครับ...


อืม แล้วเจอกัน


อัสนีรับคำก่อนจะวางโทรศัพท์ลงกับแป้น เขาถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ ความจริงเขาอยากจะปฏิเสธว่า อยู่แบบนี้มันก็อึดอัด แต่เมื่อนภาคิดว่าทางนี้เป็นสิ่งเดียวที่จะได้พี่ชายทางธาตุร่างกายคืนมาก็ยินดี


เฮ้อ...จนป่านนี้วองโกเล่ยังไม่เปลี่ยนใจอีกหรอ...


ต้องเก็บไปอีกสินะ...


เด็กหนุ่มเริ่มต่อสายเข้ายังศูนย์บัญชาการวองโกเล่เพื่อเข้าประชุมซึ่งตอนนี้ก็คิดว่าทุกคนคงจะรออยู่แล้ว แต่ไม่รู้อะไรเลยว่าข้างนอกหน้าต่างนั้นฝนมันตก...



ไม่ได้ตกเฉพาะนอกหน้าต่างล่ะมั้ง...



หน้าประตูก็คงจะด้วย...



แรมโบ้ เมื่อกี้นี้สึนะโทรมาหรอ





TBC…

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น